
ตอนแรกๆ แนะนำเพื่อน Jakajee เรื่องรถมือสองในราคากลางๆ ช่วง 2-3 แสนบาทในช่วงภาวะเิงินเฟ้อๆฝืดๆ
โดยรุ่นที่แนะนำไปคือ มาสด้า โปรติเจ้ โฉมแรก และ นิสสัน นีโอ ซึ่งเป็นตัวเลือกคลาสสิคที่สุดที่จะแนะนำเพื่อนๆ เสมอมา
แต่ช่วงเดือนก่อนได้ไปนั่งเจ้านิวแลนเซอร์ป้ายแดงๆ มา ปกติจะไม่่ค่อยแนะนำรถยี่ห้อที่ตัวเองใช้อยู่ให้เพื่อนๆเท่าไหร่
แต่หนนี้เท่าที่ศึกษาดู ยอมรับเลยว่า มิตซูบิชิ ซีเดีย เป็นตัวเลือกที่ชวนน้ำลายไหลที่สุด
เนื่องด้วยแพลตฟอร์มทั้งหมด ยังสืบเนื่องมาในนิวแลนดซอร์โฉมปัจจุบัน นั่นหมายความว่ารถมือสองคันนี้ มีทุกอย่างเกือบรถป้ายแดงมี ..
เหมาะสำหรับคนที่มีงบในรถมือสอง แต่มีความเป็นมือใหม่ที่อยากได้รถเกือบๆป้ายแดง
เสียเงินไม่มาก ได้ทำเอาคนขับป้ายแดงมองค้อนเ้วลาบอกว่าได้คันนี้มาในราคาเท่าไหร่
รุ่นที่แนะนำคือรุ่น GLXi 1.6 AT ปี 2002 ขึ้นมา ราคาแถวๆสามแสนต้นๆ อาจจะขัดกับความรู้สึกว่าทำไมไม่แนะรุ่น 1.8 SEi Limited AT ที่เป็นตัวท็อปสุด ได้อะไรมาคุ้มๆ
ที่ไม่แนะเพราะราคาต่างกันเยอะพอสมควร และของที่ได้เพิ่มมาไม่จูงใจมากนัก เครื่อง 1.8 ไม่หนี 1.6 มากนัก เพราะด้วยเกียร์ CVT ที่เป็นเกียร์ที่แรงหาตัวจับยาก ทำให้ 1.8 กิน 1.6 ไม่ขาด
ไม่อย่างนั้นทาง บ.มิตซูบิชิมอเตอร์ คงไม่ตัดรุ่น 1.8 นี้ออกไปจาก สายการผลิตของนิวแลนเซอร์ในปัจจุบัน
ราคาของ 1.6 ได้ปีสดใหม่กว่านีโอในราคาเท่ากันอย่างไม่น่าเชื่อ อะไหล่ศูนย์ถูกกว่า อะไหล่เชียงกงหาได้ง่ายกว่านีโอ
อะไหล่เครื่องยนต์ทนทานกว่านีโอ และที่สำคัญที่สุด เกียร์ของมิตซูบิชิ อึด และเชื่อใจได้มากกว่านีโอในรถมือสองที่ต้องมีความเสี่ยงอยู่นิดๆ
ช่วงล่างซีเดียเหนือกว่านีโอพอสมควร แม้จะสู้โปรติเจ้ไม่ได้ แต่ก็ไม่ด้อยกว่ามากมาย แถมได้เปรียบกว่าเรื่องอะไหล่ เรื่องการบำรุงษ์รักษาในระยะยาวๆ
ชม.นี้ คงไม่ได้ไปหาช้อยส์ให้มากความ เพราะทุกอย่าง มุ่งสู่ซีเดียอย่างไม่มีข้อแม้...
โม้มาซะยาว ลองมาดูรายละเอียดของเจ้า มิตซูบิชิ ซีเดีย คันนี้กันดีกว่า ข้อมมูลหลักๆจาก ทาง siamcar.com ครับ

บริษัท เอ็มเอ็มซี สิทธิผล ได้นำรถตระกูลแลนเซอร์ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 1973 โดย เริ่มจากแลนเซอร์ไฟแอล จนกระทั่งล่าสุด คือ แลนเซอร์ ซีเดีย ซึ่งเป็นแลนเซอร์รุ่นที่ 7 ด้วยรูป ลักษณ์ใหม่หมด ห้องโดยสารขนาดใหญ่กว้างขึ้น ทัศนวิสัยดี กระจังหน้าขนาดใหญ่ ยึดติดกับฝากระ โปรง เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ แบบ CVT (CONTINUOUSLY VARIABLE TRANSMISSION) ที่มีทั้งรุ่น 1000 ซีซี และ 1800 ซีซี ทำงานได้เงียบ กว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วไป

ขยายทุกสัดส่วน
มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเดีย ได้ขยายตัวถังให้ใหญ่ขึ้น จากรุ่นเดิม ความยาว 4500 มม. เพิ่มขึ้น 80 มม. ความกว้าง 1950 มม. เพิ่มขึ้น 5 มม. ความสูง 1430 มม. เพิ่มขึ้น 20 มม. ระยะช่วงล้อ 2600 มม. เพิ่มขึ้น 100 มม. รูปลักษณ์หรูหรา กระจังหน้าโครเมี่ยม ทรงใหม่ขนาดใหญ่ขึ้น และยึดติดกับฝากระโปรง ชุด ไฟหน้าแบบฟรีฟอร์มมัลติรีเฟล็กเตอร์ ดวงโคมไฟ ขนาดใหญ่ พร้อมไฟ สูง - ต่ำ แบบแยกดวงไฟ ติดตั้ง ไฟตัดหมอกแบบคู่ขึ้นรูปชิ้นเดียวกับไฟหรี่ด้านหน้า สะดวกกับระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เมื่อผู้ขับดับ เครื่องยนต์ และดึงกุญแจออกที่เปิด - ปิดประตูแบบ ดึง พร้อมเพิ่มขนาดความกว้างประตูทั้ง 4 บาน ให้สะดวกสบายในการเข้า - ออก กระจกบังลมหลังติด ตั้งเส้นลวดละลายฝ้า ฝากระโปรงมฃท้ายมีสปอยเลอร์ ในตัว และห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีปริมาตรมาก ขึ้นเป็น 430 ลิตร ไฟท้ายแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ขนาด ใหญ่ แบบเลนส์สะท้องแสง

ภายในหรูหรา

ห้องโดยสารเพิ่มปริมาตรเป็น 3.17 ลูกบาศก์เมตร ด้วย ความยาว 1880 มม. เพิ่มขึ้น 75 มม. กว้าง 1,425 มม. เพิ่มขึ้น 5 มม. สุง 1185 มม. เพิ่งขึ้น 10 มม. ให้ผู้โดยสาร สัมผัสได้ถึงความสบาย ห้องโดยสารสีน้ำตาลอ่อน (Beige) แบบทูโทน แผงคอนโซลลายไม้ (รุ่น 1.6 GLXi - Ltd และรุ่น 1.8 SEi - Ltd) และสีเงิน มิลเลนเนี่ยมที่ คอนโซลกลาง และแป้นรอบคันเกียร์เบาะนั่งหนังแท้ ในรุ่น 1.8 SEi - Ltd.
ตัวเลขบอกระยะทางแบบดิจิตอล พร้อมตัะวเลขบอกตำ แหน่งเกียร์แบบดิจิตอล (รุ่น 1.8 SEi - Ltd) พวงมาลัย เพาเวอร์แบบ 4 ก้าน ปรับระดับสูง - ต่ำได้ และหุ้มด้วย หนัง (รุ่น 1.8 SEi - Ltd.) พร้อมติดตั้งถุงลมนิรภัยคู่ ทำ งานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR ยึด 3 จุด ช่วยรับแรง กระแทกของศรีษะและหน้าอก เมื่อเกิดการชนด้านหน้า พร้อมพวงมาลัยที่ยุบตัวได้ กระจกบังลมหน้าแบบนิรภัย 2 ชั้น (Laminated Glass) กระจกไม่หลุดกระจายเมื่อ เกิดการชน ใช้เซ็นทรัลล๊อกและรีโมทคอนโทรลในการ เปิดและปลดล๊อคประตู พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะ ดวกต่างๆ เช่น กระจกไฟฟ้า, ที่วางแก้วน้ำ, ที่เก็บ แว่นตา (รุ่น 1.8 SEi - Ltd.), กระจกมองข้างปรับและพับ ไฟฟ้า, กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน, วิทยุเทป แบบ Full logic 4 ลำโพง เป็นต้น

เครื่องยนต์ 2 ขนาด
เครื่องยนต์ 1600 ซีซี SOHC 16 วาล์ว (4G18) ให้ กำลังสูงสุด 79 กิโลวัตต์ (KW) หรือ 108 แรงม้า (PS) ที่ 6000 รอบต่อนาที แรงบิดสุงสุด 141 นิวตันเมตร (N-m) หรือ 14.4 กิโลกรัม - เมตร (Kg-m) ที่ 2750 รอบต่อนาที ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงควบคุมด้วย ไฟฟ้า ECI (ELECTRONIC CONTROL INJECTION) โดยใช้คอมพิวเตอร์ ขนาด 32 BIT ในการควบคุม เป็นเครื่องยนต์แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว ติดตั้งวาล์ไอดี 2 ตัว และวาล์วไอเสีย 2 ตัว ในแต่ละสูบใช้คอยล์ต่อตรง กับหัวเทียน เพื่อลดการสูญเสียกำลังไฟ เพลาข้อ เหวี่ยงออกแบบใหม่ โดยเพิ่มจุดถ่วงน้ำหนักใหม่เป็น 8 จุด ช่วยลดเสียงและการสั่นสะเทือนในขณะที่เครื่อง ยนต์ทำงาน กระเดื่องวาล์วแบบลูกปืนเข็ม (Roller rocker arms) ลดการเสียดสี ลดความร้อน และลด การสูญเสียกำลังเครื่องยนต์จากการเปิด-ปิดวาล์ว ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในขณะที่เครื่องยนต์ ทำงานตั้งแต่รอบต่ำถึงรอบปานกลางได้ถึง 9% สาย พานไทม์มิ่งขนาดใหญ่ กระเดื่องวาล์วแบบให้รูปตัว Y เพิ่มประสิทธิภาพในการลดการเสียสียิ่งขึ้น

ส่วนเครื่องยนต์ 1800 ซีซี SOHC 16 วาล์ว (4G93) ให้ กำลังสูงสุด 91 กิโลวัตต์ (KW) หรือ 124 แรงม้า (PS) ที่ 6000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 161 นิวตันเมตร (N-m) หรือ 16.4 กิโลกรัม - เมตร (Kg-m) ที่ 4500 รอบต่อนาทีอัลเตอร์เนเตอร์ (ไดชาร์จ) แบบใหม่ สามารถลดเสียง ดังของการทำงาน และควบคุมการทำงานด้วยกล่อง ECU (ELETRONIC CONTROL UNIT) ท่อร่วมไอดี ออกแบบใหม่ เสื้อสูบใช้วัสดุเพิ่มความแข็งแรง ปะเก็นฝาสูบเปลี่ยนวัสดุจากแอสเบสตอส เป็นเหล็ก เพื่อยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการ ป้องกันการรั่วซึมของกำลังอัด ภายในกระบอกสูบ ท่อ ร่วมไอเสียเปลี่ยนจากเหล็กเป็นสแตนเลส เพื่อให้ ไอเสียระบายออกได้อย่างรวดเร็ว ระบบจุดระเบิดใช้ คอยล์ต่อตรงกับหัวเทียนปรับปรุงจุดยึดเครื่องยนต์ ระหว่างเครื่องยนต์กับตัวถังเพื่อช่วยในการลดเสียง การสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์

ระบบช่วงล่าง มั่นคง นุ่มนวล
มิตซูบิ ชิ แลนเซอร์ ซีเดีย ใช้ระบบกันสะเทือนแบบ อิสระ 4 ล้อ ที่แท้จริง (ต่างจากรถที่ใช้คานหรือเหล็ก หรือ Beam ร่วมกับระบบกันสะเทือนล้อหลัง) ระบบกันสะเทือนแบบอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัทคอยล์ สปริงพร้อมเหล็กกันโคลงที่ออกแบบจุดยึดใหม่ เพื่อ ลดแรงสั่นสะเทือน และลดอาการหน้ารถกดต่ำ ในขณะเบรก รวมถึงการขยายฐานล้อหน้าให้กว้างขึ้น จึงให้การทรงตัวที่ดีขึ้น ส่วนระบบกันสะเทือนหลังก็ ขยายฐานล้อเช่นกัน และใช้ระบบกันสะเทือนแบบ อิสระมัลติรีเฟล็กเตอร์ลองค์คอยล์สปริง รักษามุมให้ ล้อหลังตั้งฉากกับพื้นถนนตลอดเวลา แม้พื้นถนนลาด เอียง ทำให้หน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังสามารถปรับองศาของล้อหลังให้สัมพันธ์กับล้อหน้า เพื่อลดอาการท้ายปัดขณะเข้าโค้งอย่างรุนแรง นอกจากนี้ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเดีย ยังพัฒนาระบบ บังคับเลี้ยว ให้มีรัศมีเพียง 4.9 เมตร

โครงสร้างนิรภัยรอบคัน RISE BODY (Realized Impact Safely Evolution)
โครงสร้างตัวถังแบบ RISE BODY (Realized Impact Safely Evolution) คือ มาจรฐานใหม่ของโครงสร้าง นิรภัยที่เสริมความแข็งแกร่งของตัวถัง ในจุดที่ต้องรับ แรงกระแทกและที่มีผลต่อห้องโดยสารทุกด้าน โดยเฉพาะกรณีเมื่อเกิดการชนด้านหน้าและด้านหลัง จะสามารถยุบตัวเพื่อดูดซับและผ่อนแรงกระแทกสู่ด้าน ล่าง เพื่อป้องกันการยุบตัวเข้ามาภายในห้องโดยสาร ทำให้ห้องโดยสารสามารถคงรูป พร้อมช่วยลดการยุบ ตัวของประตู ความแข็งแกร่งของโครงสร้างผ่านมาตร ฐานในการทดสอบการชนของยุโรป ด้วยมาตรฐาน ความเร็ว 64 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของ ทางญี่ปุ่น ในสภาพการชนแบบเฉียงจากด้านหน้า ซึ่ง เป็นสภาพการชนที่เกิดขึ้นบ่อยและอันตรายที่สุด RISE BODY มีจุดเด่นที่สำคัญ ดังนี้
1. เสริมความแข็งแรงบริเวณแนวคานด้านหน้า และด้านข้างของตัวถังส่วนหน้า ซึ่งจะผ่อนแรงกระแทก ด้านหน้า เมื่อเกิดการชนไปยังห้องโดยสาร
2. เสริมแผ่นความแข็งแรงด้วยการออกแบบขยายปีก ของโครงสร้างแผงด้านหน้าของห้องโดยสารให้ยื่นออก มาในห้องเครื่องยนต์มากขึ้น จนถึงเสื้อเบ้าโช้คอับหน้า ทั้งซ้ายและขวา โดยยึดเป็นชิ้นเดียวกัน ซึ่งส่งผลให้ เบ้าโล้คอับมีความแข็งแรงมากขึ้น ทำให้สามารถดูดซับ แรงกระแทกที่จะไปถึงห้องโดยสาร พร้อมทั้งส่งผลดี ต่อการขับขี่ เนื่องจากความแข็งแรงของเบ้าโช้ค จะส่งผลให้สปริงขึ้น - ลงได้ในแนวตรง ทำให้ตัวรถไม่เอียง

3. เสริมแผ่นความแข็งแรงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชี่น ระหว่าง เสื้อเบ้าโช้คหลังทั้งซ้าย-ขวากับโครงตัวรถ เพื่อเพิ่ม ความแข็งแรงเมื่อเกิดการกระแทกทางด้านหลัง
4. เพิ่มแผ่นเหล็กเสริมภายในตลอดแนวข้างโครงหลัง คาเหล็กอีกหนึ่งชั้น เพื่อให้มีความแข็งแรงต่อการบิด หรือยุบตัวของโครงหลังคา เมื่อเกิดการพลิกคว่ำ ซึ่งสามารถจะลดความเสียหายลงได้กว่า 50% ของโครง สร้างแบบเดิมมั่นใจในทุกสภาวะกับระบบเบรก EBD (ELECTRONIC CONTROLLED BRAKE FORCE DISTRIBUTION SYSTEM) จาดดิสก์เบรกหน้าขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลาง 207 มม. พร้อมช่องระบายความร้อนและระบบปรับตั้งเบรก อัตโนมัติ ส่ววนดรัมเบรกหลังขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบปรับตั้งผ้าเบรกอัตโนมัติ หม้อลมเบรก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ทำให้ช่วยผ่อนแรงใน การเบรกและให้กำลังในการเบรกอย่างเต็มประสิทธิภาพ ระบบป้องกันล้อล็อคแบบ 4 เซ็นเซอร์ 3 แชลแนล ควบคุมแรงดันน้ำมันเบรกแยกอิสระหน้า-หลัง เพื่อ ป้องกันล้อล็อคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบนี้จะควบคุม ด้วยไฟฟ้า (ABS - ECU) ซึ่งทำงานได้อย่างแม่นยำ โดยมีโฮดรอลิก ยูนิท (Hydraulic Unit) ทำหน้าที่ควบ คุมแรงดันน้ำมันเบรกติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ ช่วย ป้องกันล้อล็อคตาย ในส่วนของระบบเบรก ABS โดย ทั่วไปจะไม่สามารถทำงานในขณะที่ใช้ความเร็วต่ำ เช่น ต่ำกว่า 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ในสภาพการใช้ งานจริง การลื่นไถลของล้อหรือตัวรถจะเกิดขึ้น เมื่อใช้ เบรกขณะที่ความเร็วต่ำ ระบบเบรก ABS ใหม่ของ มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเดีย เรียกว่า EDB (ELECTRONIC CONTROLLED BRAKE FORCE DISTRIBUTION SYSTEM)

ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม
มิตซูบิชิ แลนเซอร์ ซีเดีย ร่วมรับผิดชอบต่อสภาพแวดล้อม ด้วยการติดตั้งระบบ EGR (EXHAUST GAS RECIRCU LATION) ที่นำไอเสียบางส่วนกลัลไปเผาไหม้ใหม่ ให้ปริมาณไอเสียเหลือน้อยที่สุด และติดตั้งระบบ กรองไอเสีย 2 ชั้น เพิ่มประสิทธิภาพการกรองไอเสียที่สมบูรณ์แบบ CVT - 6 SPEED หนึ่งเดียวของเมืองไทยสุดยอดเทคโนโลยีสำหรับอนาคตเพียงหนึ่งเดียวของเมืองไทยกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT (CONTINUOUSLY VARIABLE TRANSMISSION) พร้อมเกียร์เดินหน้า 6 Speed ที่ไม่เคยมีในเกียร์อัตโนมัติ ทั่วไปในเมืองไทย และประหยัดน้ำมันมากกว่าเดิม ลิขสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ถึงแม้ว่าเกียร์อัตโนมัติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผุ้ขับขี่จะได้รับความสะดวกสบายในการใช้งาน แต่ก็ยังประสพกับ ปัญหาบางอย่าง เช่น อาการกระตุก หรือสั่นสะบัด ขณะเปลี่ยนเกียร์ เสียงดังรบกวนจากรอบเครื่องยนต์ที่เพิ่ม สูงขึ้นอย่างทันทีขณะเปลี่ยนเกียร์ต่ำลง จังหวะเปลี่ยนเกียร์ที่ล่าช้า เนื่องจากระยะเวลาการจับของแผ่นคลัทช์ ภายในเกียร์ การสูญเสียกำลังของเครื่องยนต์ที่เกิดจากช่วงการจัดของคลัทช์ และรอบเครื่องยนต์ตกลงทันที ในขณะที่เกียร์เปลี่ยนสูงขึ้น CVT (CONTINUOUSLY VARIABLE TRANSMISSION) หรือเกียร์อัตโนมัติแบบผันแปรอัตราทดต่อเนื่อง จะ ใช้สายพาน (STEEL BELT) ทำหน้าที่ส่งถ่ายกำลังขับระหว่างพูลเลย์ เพื่อทำหน้าที่เปลี่ยนอัตราทดเกียร์ และส่งแรงขับเคลื่อนแทนการใช้ระบบเฟืองเกียร์แบบเก่า ซึ่งทำให้อัตราทดเกียร์สามารถเปลี่ยนไปอย่าง ต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มออกตัวไปจนถึงช่วงความเร็วสูงด้วยความนุ่มนวล ซึ่งผู้ขับสามารถเลือกตำแหน่งรอบ เครื่องยนต์ที่ดีที่สุดได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรอบเครื่องที่ให้ความประหยัดสูงสุด แรงบิดสูงสุด หรือให้แรงม้าสูงสุด

การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ CVT
1. การทำงานของเกียร์อัตโนมัติ CVT จะใช้คลัทช์เป็นตัวส่งกำลังจากเครื่องยนต์เพียงสองชุด คือ ชุดขับเดิน หน้าและถอยหลังเท่านั้น คลัทช์นี้ต่อตรงเข้ากับพูลเลย์ตัวที่หนึ่ง เรียกว่า DRIVE PULLEY ทำหน้าที่ในการ เปลี่ยนอัตราทดเกียร์ และถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อนไปยังพูลเลย์ตัวที่สอง เรียกว่า DRIVEN PULLEY ที่จะผัน แปรกำลังขับเคลื่อนตามตัวแรกและส่งกำลังขับเคลื่อนทั้งหมดไปยังชุดเฟืองท้าย การส่งผ่านกำลังระหว่าง พูลเลย์ตัวที่หนึ่งกับอตัวที่สอง จะใช้สายพานโลหะเป็นตัวเชื่อม สายพานนี้ประกอบไปด้วยข้อต่อโลหะที่มีความ หนาขนาด 1.5 มม. จำนวน 450 ข้อ ทำหน้าที่คล้ายกระดูกสันหลังเป็นแกนอยู่ตรงกลาง ทั้ง 2 ด้านของข้อต่อ ประกอบด้วยสายพานโลหะที่มีความหนาขนาด 0.2 มม. อัดซ้อนกันจำนวน 9 ถึง 12 ชั้น เพื่อเสริมความแข็ง แกร่งของสายพานโลหะให้มีความแข็งแรง ทนทานต่อความร้อนสูง พร้อมทั้งสามารถยืดหยุ่นได้ พูลเลย์ทั้งสอง ตัวนี้จะมีคุณสมบัติพิเศษ สามารถจะปรับขนาดความดตของเส้นผ่านศูนย์กลางพูลเลย์ ให้เล็กหรือใหญ่ ได้ตลอดเวลา ด้วยแรงดันน้ำมันภายใน ทำให้อัตราทดของเกียร์นั้นเปลี่ยนแปลงได้ตลอด จึงเป็นการลดการ สูญเสียในช่วงการเปลี่ยนเกียร์ได้ดีกว่าของเฟืองเกียร์ในแบบเก่า แต่ขณะเดียวกันก็ยังสามารถรักษาขนาด ของพูลเลย์ให้คงที่ตามอัตราทด ของแต่ละเกียร์ได้เมื่อใช้เกียร์แบบ SPORTRONIC การเปลี่ยนแปลงขนาด ความโตของพูลเลย์นี้ ใช้ลูกสูบไฮดรอลิกเป็นตัวบังคับขนาดให้เครื่อลที่ด้วยแรงดันของน้ำมัน ทำให้การปรับ ขนาดของพูลเลย์เป็นไปอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล ไม่ว่าจะขับด้วยความเร็วเท่าใด และการกำหนดแรงดัน น้ำมันจะคสบคุมด้วยโซลินอยด์วาล์ว พร้อมทั้งมีคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงานของระบบทั้งหมดให้สัมพันธ์ กันโดยคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่จะเป็นกล่องคอมพิวเตอร์กล่องเดียวที่ควบคุมการทำ งานของเครื่องยนต์ และการ ทำงานของเกียร์ไว้ในกลอ่งเดียวกันมีขนาด 32 BIT แบบ RISC ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ระบบ SHORT CUT ที่สามารถส่งถ่ายสัญญาณข้อมูลด้วยความเร็วสูง ทำให้การถ่ายทอดข้อมูลระหว่างชุด SENSOR ต่างๆ ของเครื่อง ยนต์และเกียร์ มีความรวดเร็วและละเอียดแม่นยำ ระบบจึงสามารถควบคุม การเปลี่ยนแปลงขนาดของ พูลเลย์ทั้งสองตัวให้มีความสัมพันธ์กับการเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ในแต่ละ ครั้งอย่างราบรื่นและรวดเร็วกว่า

2. จากการที่เกียร์อัตโนมัติ CVT สามารถปรับเปลี่ยนกำลังขับหรือปรับเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยรอบเครื่องยนต์ไม่ตกลงไปตามจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ในแต่ละครั้ง ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงใน การที่จะเร่งรอบเครื่องขึ้นไปอยู่ในรอบที่ดีที่สุด ซึ่งเกียร์อัตโนมัติทั่วไปไม่สามารถทำได้เช่น แบบเดิม ขับรถ ด้วยเกียร์ที่ 1 ที่ 2500 รอบต่อนาที เมื่อเปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 รอบจะตกลงมาที่ 2000 รอบ/นาที แต่แบบ CVT ขับรถด้วยเกียร์ 1 ที่ 2500 รอบ/นาที เมือ่เปลี่ยนเป็นเกียร์ 2 รอบ จะยังคงอยู่ที่ 2500 รอบ/นาที จากลักษณะ ดังกล่าว ในเชิงเทคนิครอบเครื่องที่ 2500 รอบ/นาที จะได้กำลังขับที่ดีกว่ารอบเครื่อง 2000 รอบ/นาที ดังนั้นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT จึงไม่เสียกำลังบางส่วนไปในช่วงจังหวะที่เปลี่ยนเกียร์ ประกอบกับเกียร์เดิน หน้าแบบ 5 SPEED ที่มีอัตราการทดเกียร์ต่ำสุดที่ 0.445 ในเกียร์ 6
อันนี้แถมให้เวลาจะไล่รุ่นบรรดาแลนเซอร์ทั้งหลาย ข้อมูลจากคลับแลนเซอร์ครับ
e-car จะมีรหัสเรียกเป็น CB
CB1 เครื่องยนต์ 1300
CB2 เครื่องยนต์ 1500
CB4 เครื่องยนต์ 1600
CB5 เครื่องยนต์ 1800
แล้วก็มีรุ่น COLT ออกมาสมัยเดียวกับ e-car ภายในเหมือนกันจะมีรหัสเรียกเป็น CA
CA4 เครื่องยนต์ 1600
CA5 เครื่องยนต์ 1800 (ASTI)
รุ่นตาเหยี่ยวมี 4 รุ่น
ck2 เครื่องยนต์ 1500 เกียร์ธรรมดา และ เกียร์ออโต้ invecs ii
ck5 เครื่องยนต์ 1800 เกียร์ธรรมดา และ เกียร์ออโต้ invecs ii sportronic
รุ่นตาเพชร มี 3 รุ่น
ck4 เครื่องยนต์ 1600 เกียร์ธรรมดา และ เกียร์ออโต้ invecs ii
ck5 เครื่องยนต์ 1800 เกียร์ออโต้ invecs ii sportronic
รุ่น f-style มี 3 รุ่น
ck4 เครื่องยนต์ 1600 เกียร์ธรรมดา และ เกียร์ออโต้ invecs ii
ck5 เครื่องยนต์ 1800 เกียร์ออโต้ invecs ii sportronic
Cedia เปลี่ยนรหัสใหม่เป็น CS
รุ่นแรกไฟท้ายแดงขาว เสาอากาศอยู่ด้านข้าง
มี 5 รุ่น
CS3 เครื่องยนต์ 1600 เกียร์ธรรมดา มี abs/airbag กับไม่มี)และ เกียร์ออโต้ invecs iii cvt (มี abs/airbag กับไม่มี)
CS5 เครื่องยนต์ 1800 เกียร์ออโต้ invecs iii cvt sportronic abs/airbag
รุ่น 2 ไฟท้ายแดง กระจังหน้าแบบนอน เสาอากาศอยู่ที่หลังคาด้านหลัง
มี 5 รุ่น
CS3 เครื่องยนต์ 1600 เกียร์ธรรมดา มี abs/airbag กับไม่มี)และ เกียร์ออโต้ invecs iii cvt (มี abs/airbag กับไม่มี)
CS5 เครื่องยนต์ 1800 เกียร์ออโต้ invecs iii cvt sportronic abs/airbag
หลังจากรุ่น cedia เปลี่ยนเป็นรุ่น New Lancer รุ่นปัจจุบัน ใช้รหัสเดิม
CS3 เครื่องยนต์ 1600 เกียร์ธรรมดา และ เกียร์ออโต้ invecs iii cvt (มี abs/airbag กับไม่มี)
CS9 เครื่องยนต์ 2000 เกียร์ออโต้ invecs ii sportronic abs/airbag