เชิญคร้าบบ...

Blog EntryNissan Sentra Saloon B13Jun 7, '08 12:22 PM
for everyone

Nissan Sentra Saloon B13

 เรียบเรียงโดย http://rathmine.multiply.com/

 


Nissan Sentra Saloon B13 จัดเป็นรถครอบครัวชนิดซับคอมแพคที่กำเนิดภายหลังการจากไปของ B11 หรือจิ้งจกถลาลม และ B12 โดยเมื่อครั้งเปิด B13 ถูกให้ชื่อว่า ซันนี่พระอาทิตย์ดวงที่สาม โดยจัดระดับเป็นรถขนาดกลาง ด้วยพรีเซนเตอร์โฆษณาในขณะนั้น คือดู๋ สัญญา ที่ทำให้มุมมองของรถคันนี้คือ รถของคนรุ่นใหม่ที่กำลังสร้างครอบครัว ไม่ใช่รถของวัยรุ่นแต่อย่างใด การที่สยามกลการใช้คำว่า SALOON ต้องการบ่งบอกถึงความกว้างขวางที่มีมากกว่า B11 และ B12 โดยจัดเป็นแพลตฟอร์มแบบ B ไล่เรียงมาตั้งแต่ B11-B12-B13-B14-B15

 

โดยในประเทศแม็กซิโก  B13 Nissan Sentra ยังคงถูกจำหน่ายอย่างต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ในนาม Nissan Tsuru หรือ Nissan V16 ในประเทศชิลี โดยคงสภาพของ B13 เมื่อ 13 ปีก่อนไว้ทุกอย่าง โดยตัดลดอุปกรณ์ตกแต่งและลดวัสดุภายในออกไปออกไป รวมถึงตัดระบบพวงมาลัยพาวเวอร์และคลัชน้ำมันออกไป  โดยเหตุผลที่ยังขายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับความนิยมในหมู่แท็กซี่ โดยคาดว่าจะจำหน่ายไปจนถึงฤดูร้อนในปี  2009 โดยรวมการจำหน่ายอย่างยาวนานกว่า 13 ปี

 

B13 ในต่างประเทศมีทั้งรุ่นสปอร์ตสองประตูเรียกว่ารุ่น SE-R ใช้เครื่อง SR20DE โดย Sentra SE-R มาด้วยแรงม้าถึง 140 hp (104 kW) ที่ 6400 รอบ และมีทอร์คถึง 132 lb ft (179 N m) ที่ 4800 รอบ ทำความเร็ว 0 ถึง 100 km/h  ด้วยเวลาเพียง 7.6 วินาที

ตัวรุ่นซีดาน สี่ประตู มีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ GA16DE 110 แรงม้า 1.6 ลิตร อย่างไรก็ตาม สมรรถนะของ Sentra คันนี้ จัดว่าเข้าข่ายแรงก็พอไหวเพราะการมีน้ำหนักตัวถัง 1,050  กิโลกรัม  แต่มีกำลังขับ 110 แรงม้า หากนำเอาน้ำหนักรถมาเทียบกับแรงม้าจะตกแถว ๆ 10 กิโลกรัม / แรงม้าในเกณฑ์นี้นักเลงรถเขาว่าใช่เลย ช่วงล่าง ดิสเบรคสี่ล้อ ระบบกันสะเทือนแมคเฟอร์สันสตรัทอิสระสี่ล้อพร้อมเหล็กกันโคลง พวงมาลัยแบบแร็คแอนด์พีเนี่ยนพร้อมพาวเวอร์ช่วยผ่อนแรง

 

 

ระบบเกียร์มีเกียร์ธรรมดา 5-speed และอัตโนมัติ 4-speed ฐานล้อกว้าง 95.7 นิ้ว ความยาว 170.3 นิ้ว ความกว้างตัวถัง 54.1 นิ้ว มีความสูง 53.0 นิ้ว ความจุถังน้ำมัน 13.2 แกลลอน

 

โดยแบ่งเป็นรุ่น E, XE, GXE, SE และ Limited Edition. โดย GXE และตัว Limited Edition จะมีอุปกรณ์เสริมคือ กระจกไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อค ในขณะที่ XE, SE กระจกเป็นระบบมือหมุนและล้อกะทะ ภายในที่นิสสันให้มาเหนือรถอื่นๆในสมัยนั้นคือ เข็มขัดนิรภัยแบบปรับระดับได้ กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

 

ภายในคอนโซลทำด้วยวัสดุคุณภาพดี ช่องเก็บของมีกุญแจล็อคต่างจากรุ่นอื่นๆ คอนโซลสามารถวางของในแนวราบได้ โดยคอมโซลตัวเดียวกันนี้ถูกบรรจุอยู่ในรุ่น NX คูเป้เช่นเดียวกัน เบาะกำมะหยี่และกระจกไฟฟ้า โดยในรุ่นเครื่องยนต์ 1400 ซีซีจะเป็นเบาะพีวีซี กระจกมือหมุนและพวงมาลัยธรรมดา และสามารถเปิดฝาถังน้ำมันและเปิดกระโปรงหลังจากภายในได้


มาตราวัดมองเห็นได้ง่ายและสวยงามโดยมีวัดความเร็วและวัดรอบ ระบบแอร์สามารถปรับคุมทิศทางลมด้วยไฟฟ้า แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆในยุคนั้นที่ยังคงเป็นระบบมือปรับ ระบบแอร์ไม่จุกจิกและยังคงเป็นระบบแอร์แบบน้ำยา R12 เก่า ระบบปัดน้ำฝนมีระบบหน่วงเวลา ไฟหน้าสูงต่ำสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและปรับระดับได้ง่ายด้วยไขควงเพียงด้ามเดียว ไฟเลี้ยวหน้าเป็นแบบโคมขาวทำให้ดูทันสมัย เบาะผู้ขับและผู้นั่งทางด้านหน้าดูขนาดเล็กไปนิดสำหรับคนตัวขนาดกลางๆ รู้สึกเมื่อยบ้างหากต้องเหยียบคลัช เพราะพื้นที่วางขาให้มาอย่างจำกัดจริงๆ เบาะนั่งทางด้านหลังกว้างพอใช้ แต่ถือว่าใหญ่ในสมัยนั้น พื้นที่วางเท้ามีค่อนข้างน้อย

ห้องบรรจุสัมภาระด้านหลังกว้างขวางด้วยตัวถังที่ค่อนข้างยาว และกำมะหยี่ขึ้นรูปมีฝาปิดที่เก็บแม่แรงอย่างเรียบร้อยดีมาก และมีไฟติดมาให้ค้นหาของได้อย่างสะดวกยามค่ำคืน


B13 รถคันนี้มีสมรรถนะในข่ายเดียวกับรถสปอร์ต เพราะ Sentra 1600 ซี.ซี. สามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 170 กม/ชม. สำหรับใช้เดินทางไกลทำเวลา หรือใช้แซงที่ 90-130 กม./ชม ก็มีความกระฉับกระเฉงมาก เพราะจาก 0-100 กม./ชม นั้นเร่งได้ที่ 12.2 วินาที ในรุ่น 4 AUTO และต่ำกว่า 12 วินาที ในรุ่น 5 เกียร์ธรรมดา

 

และใน B13 เครื่องยนต์ GA14DS คาร์บูเรเตอร์นั้น จากรายงานทางเทคนิคสามารถทำเวลาได้ต่ำกว่า 11 วินาทีจากความเร็ว 0-100 Km/hr และเกียร์ 5 ใกล้ 180 กม./ชม เพราะรอบเครื่องยนต์ไม่ถูกตัดอย่างในรุ่น SUPER SALOON ที่ใช้หัวฉีดจ่ายเชื้อเพลิง แต่ในระบบคาร์บูเรเตอร์นั้น หมดคันเร่งคือหมดแรงซึ่งลากได้ทุกเกียร์ที่ 7000 กว่ารอบได้สบาย แค่เกียร์ 2 ทะลุ 100 กม./ชม. ได้แล้ว ที่เหลืออีก 3 เกียร์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

 

ทั้งนี้ต้องยก ให้กับเครื่องยนต์รุ่น GA 16 DE ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ DOHC แท้ๆ แตกต่างจากเครื่อง 4A FE ของโตโยต้าที่เป็นซีรี่ย์ F เน้นหนักทางด้านความประหยัด และยังเหนือกว่าเครื่อง CIVIC 1600  ที่เป็นแบบ SOHC

 

เครื่องยนต์ GA16 ตัวนี้ถือว่าเป็นตัวยืนของ NISSAN ขนาดเล็กต่ำกว่า 1600 ซี.ซี. เพราะเกินจากนี้ NISSAN จะใส่เครื่อง SR-SERIES ที่เริ่มที่ 1.8-2.0 ลิตร ถือว่าเป็นเครื่องคุณภาพเครื่องหนึ่งที่ยังไม่มีเครื่องเรียง 4 สูบ ของญี่ปุ่นใดเทียบได้ เพราะเนื่องจากทำจากอะลูมิเนียมทั้งหมด มีความทนจัด สามารถโมดิฟายได้ถึง 240 แรงม้า ยิ่งในรุ่น 1800 ในใส่ นิสสันอัมมิร่า เป็นเครื่อง SR18 ที่โมดิฟายจาก GA16  เพราะต้องการใช้อะไหล่ร่วมกัน

เครื่องยนต์ GA16 แม้ไม่ใช่เครื่องยนต์เรียง 4 สูบ แต่เสื้อสูบเป็นเหล็กหล่อ มักจัดว่าทนทานพอจะใช้ได้เกิน 300,000 กม. ถ้าจับมาแล้วเจ้าของเดิมใช้ไปเกิน 150,000 กม. ก็ลงทุนเปลี่ยนแหวน แม้ว่าจะไม่ถูกกว่าเปลี่ยนเครื่องมือสองแต่ได้อะไหล่ใหม่มั่นใจได้ หรือได้สภาพแถว 120,000-150,000 ก็เปิดฝาบดวาล์วก็พอ

 

ทั้งนี้เครื่องสูบตัวนี้ทน แกร่งมีจุดอ่อนตรงตาน้ำข้างเสื้อสูบผุเท่านั้น พึงระวังน้ำหล่อเย็นหายโดยหาสาเหตุไม่พบจากจุดนี้ ส่วนฝาสูบนั้นเป็น DOHC เพลาราวลิ้นคู่แท้ แยกทำงานกดโดยตรงผ่านชิมไอดี-ไอเสีย ซึ่งต้องปรับตั้งทุก 80,000-100,000 กม. และเช็คทุก 50,000 กม.ถือว่าเป็นจุดอ่อนที่ต้องดูแล มิฉะนั้นวาล์วยันเครื่องร้อนหายได้เช่นกัน

 

เพลาราวลิ้นของ GA16 จะหมุนด้วยโซ่ในระบบ 2 ตอน ทำให้โซ่มีขนาดสั้นและเล็ก เสียงจึงเงียบและทนกว่าสายพานถึง 1 เท่าตัวบางคันที่ 200,000 กม. ก็ไม่ดัง แต่ควรเปลี่ยนโซ่ที่ 200,000 กม. เพื่อใช้สบายใจอีก 200,000 กม.

 

อย่างไรก็ตาม ฝาสูบตัว GA16 นี้ค่อนข้างเปราะ คือ ร้าวง่ายถ้าร้อนจัด ขาดน้ำจะถือว่าเป็นจุดอ่อนก็พอได้ แต่การเกิดก็ยากมาก ถ้าไม่กล้าเกินไปที่จะขับทั้ง ๆที่พัดลมไฟฟ้าไม่ทำงาน หรือเกจวัดความร้อนเกิน 90 องศา หรือ 3 ใน 4 ของเกจวัดนานผิดปรกติ เพราะถ้าเข็มชี้ที่ขีด H เป็นต้องจอด ถ้าขืนขับต่อฝาโก่งฝาร้าวได้ แต่ถ้าความร้อนผ่านเกิน 1 ใน 2 นิด ๆ ละก็ มั่นใจได้อย่างถึงไหนถึงกัน

 

ด้านสมรรถนะนั้น ม้าของ Sentra ดีตรงค่าอัตราสิ้นเปลืองไม่หวือหวานัก มีค่าวิ่งในเมืองย่าน 6.5-10.5 กม./ลิตร ใช้ทางไกล 9.8-16 กม./ลิตร ทั้งนี้มาจากการเลือกอัตราทดเกียร์ที่ไม่ต้องใช้รอบจัดอย่าง CIVIC ทำให้ค่าสิ้นเปลืองไม่ผกผันมาก จึงขับสบายกระเป๋ากว่า ซึ่งทำให้เป็น จุดหนึ่งที่นักเลงรถอาจไม่ชอบ Sentra เพราะวิ่งสู้ CIVIC

 

Sentra ไม่ว่าจะเป็นทั้ง 4 AUTO และ 5 เกียร์ธรรมดา ซึ่งก็จัดว่าไร้ปัญหา มีความทนทานมาก ของเก่ามือสองก็ถูกจนใจหาย จึงไม่ต้องกังวลจุดนี้เท่ากับเพลาขับ ดังที่เฉลี่ยแถว 80,000 กม.

 

ดังนั้นการขับขี่นั้นปกติที่ 110 กม/ชม. ลงมาสบายมือและสบายใจ หรือในย่านความเร็วสูงกว่านี้ก็ไม่ถึงกับเครียด ยกเว้นคงวามเร็วที่เกิน 150 กม./ชม. อาจจะต้องระวังอีกมาก

 

หากได้มาใส่ยางขนาด 195/55x15 กับกระทะ 6x15 นิ้ว สภาพรถจะเกาะกว่านี้โดยไม่มีผลต่อพลัง 110 แรงม้าของ  GA16  และรถยังคงแล่นได้ดีอย่างเกียร์ 3 โดยรายงานสามารถลากได้ถึง 131กม/ชม. และเกียร์ 4 เกิน 150 กม./ชม.

 

และช่วงล่าง Sentra ถูกสร้างมาให้ใช้ทน ดูแลง่ายและค่าซ่อมถูกในแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท ขับ 4 ล้อ เกาะกับปีกนกทรง A-ARM ทางด้านหน้า และอิสระที่ล้อหลัง จัดเป็นช่วงล่างที่ปรับตั้งซ่อมง่ายมาก อะไหล่ก็ถูกทั้งแท้ เทียบ เทียม และของมือสองแค่ หนึ่งในสี่ของของใหม่เท่านั้น


การแก้ไขช่วงล่าง Sentra นั้นง่ายดายมาก  เนื่องจาก Sentra  ก็คือ  PRESEA  แล้ว  PRESEA  ก็ใช้วิทยาการเดียวกันกับ  PREMIRA  ก็เท่ากับว่า Sentra สามารถใช้อะไหล่ร่วมของ  PREMIRA  ได้ จึงไม่อยากที่จะหาของเก่ามาโมดิฟายให้ Sentra เกาะถนนพอจะขับแบบ SPORT–UP  ได้สบายๆ


ภายในนั่งได้ หน้า 2 หลัง 3 ที่นั่งด้านหลังจะเบียดนิดหน่อยจึงอบอุ่นในแบบครอบครัวแท้จริง หากไม่มองรูปทรงไม่คิดเรื่องขายต่อจะมีเงินเหลือไปทำอะไรให้ชีวิตอีกมากมาย


อ้างอิง
 

1. http://en.wikipedia.org/wiki/Nissan_Sentra

2. rcweb.net

3. one2car.com


udomsaku wrote on Jun 8, edited on Jun 8
"หากไม่มองรูปทรงไม่คิดเรื่องขายต่อจะมีเงินเหลือไปทำอะไรให้ชีวิตอีกมากมาย"

เจ๋ง...มากคับ สำหรับรถใช้งาน
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Modified from Mediterranean by John Whittet.
Originally on the CSS Zen Garden.
Used and Modified with permission from the author.