
มาดูบล็อกตัวเอง อ่าว.. ไม่มีเรื่องของประเทศที่ไปร่ำไปเรียนมาเล้ย.. เอาซักหน่อย เพราะเวลาใครถามว่าไปประเทศไหนมา เก้าสิบห้าเปอร์เซ็น ต้องบอกว่า ไปประเทศไรนะ "ไอซ์แลนด์" หรอ...
ฟังแล้วเครียด เลยต้องคอยอธิบายทุกทีว่า "ไอร์แลนด์" จ้า เมื่อก่อนสังกัดในเครือจักรภพ เหมือน สก็อต เวลล์ และไอร์แลนด์เหนือ บลาๆๆ
ส่วนไอซ์แลนด์ เป็นคนล่ะประเทศกันครับผม
เอ้า เข้าเรื่องๆ อ่านเรื่องนี้ ไม่ได้เขียนเองนะครับ ขอเอามาจาก นสพ. คมชัดลึก
ส่วนแม่น้ำลิฟฟี่ ที่ในบทความกล่าวถึง มีรูปถ่ายที่ผมถ่ายไว้ยามเย็น ในบล็อกนี้แล้วนะครับ
==================================================================
ไอร์แลนด์ ดินแดนแห่งกวี(1)
บทความจาก คมชัดลึก
ไม่มีใครกล้าดูถูกดินแดนแห่งกวีนี้อีกแล้ว ตอนนี้ไอร์แลนด์เป็นประเทศเนื้อหอมที่สุดในกลุ่มสหภาพยุโรป มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วและหน้าประทับใจที่สุด แถมยังเป็นประเทศที่สามารถปรับตัวเองและถีบตัวเองจากประเทศเคยยากจนที่สุด กลายมาเป็นประเทศรํ่ารวยอยู่ในแนวหน้าของยุโรป
เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ไอร์แลนด์ต้องประสบภาวะขาดแคลนอาหาร ไม่มีมันสำปะหลังให้กิน ทำให้คนที่นี่ต้องอพยพกันเป็นหมื่นเป็นแสนไปอยู่เมืองนอก แม้กระทั่งเมืองไทยก็มีคนไอร์แลนด์มาตั้งรกรากอยู่เช่นกัน
เมื่อ 24 ปีก่อน ผู้เขียนตอนเป็นนักเรียนได้เดินทางไปไอร์แลนด์ แต่เดินทางไปทางเรือโดยสาร จากท่าเรือลาอาฟประเทศฝรั่งเศส ไปทางภาคใต้ของไอร์แลนด์ มีท่าเรือชื่อว่า โรสซาเรล เมื่อขึ้นท่าเรือและเข้าไปรายงานตัวที่กองตรวจคนเข้าเมือง ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตื่นเต้นกันใหญ่ ด้วย 2 สาเหตุ คือ พวกเขาไม่เคยเห็นคนไทยมาก่อนที่เข้าทางท่าเรือนี้ และสอง พวกเขาเพิ่งเคยเห็นวีซ่าเข้าประเทศตัวเองเป็นครั้งแรกที่เป็นภาษาแกลิค ซึ่งถือว่าเป็นภาษาเก่าแก่ภาษาหนึ่งของโลก
ผู้เขียนจึงถูกเจ้าหน้าที่กักตัวอยู่ประมาณ 3 ชั่วโมง ที่ท่าเรือ มีการสอบถามต่างๆ นานา เพราะทางด่านคนตรวจคนเข้าเมืองพยายามจะตรวจสอบว่า วีซ่าภาษาแกลิคมีจริงหรือ ? แต่พอเช็คไปเช็คมาเห็นว่าเป็นของจริง เลยต้องขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเลยรับอาสาจะพาผู้เขียนไปส่ง กรุงดับลิน เพราะอยู่ห่างออกไปประมาณ 2 ชั่วโมง พอไปถึงเมืองหลวงได้เข้าพักในหอพักนักเรียน ซึ่งถูกมากๆ แน่นอนในตอนนั้นเศรษฐกิจของไอร์แลนด์ถือได้ว่าเป็นคนป่วยของยุโรปก็ว่าได้
ต่อมาในวันเดียวกัน ผู้เขียนเดินเล่นอยู่ใจกลางเมืองหลวง แถวสะพานลิฟฟี่ เนื่องจากผู้เขียนไม่ได้ระมัดระวัง จึงถูกกลุ่มนักล้วงกระเป๋าเด็กๆ ยิปซี 5-6 คน รุมขโมยเงินจากกระเป๋าไป 90 กว่าปอนด์ โชคดีไม่ได้พกเงินมาหมด
รู้สึกเศร้าใจมาก แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผู้เขียนได้นั่งรถเมล์เที่ยวเมืองหลวง มีอยู่ป้ายหนึ่งมีบาทหลวงรูปหนึ่งเข้ามานั่งใกล้ผู้เขียน และไต่ถามทุกข์สุข ทักทายกันแบบปกติ ผู้เขียนบอกว่า เมื่อตะกี้นี้เพิ่งถูกล้วงกระเป๋ามา ทำให้ภาพลักษณ์ของไอร์แลนด์เสียไปหมด
บาทหลวงรูปนั้นบอกว่า ไม่เป็นไร จะให้เงินช่วยเหลือ ท่านเลยหยิบเงิน 20 ปอนด์ยื่นให้ แล้วบอกกล่าวขอโทษแทนคนไอร์แลนด์ด้วย ผู้เขียนรับเงินไว้แต่ไม่ได้ใช้ เพราะต้องการเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ไอร์แลนด์เป็นชาติคริสตจักรคาทอลิกที่เข้มงวดพอ สมควร คนที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มอนุรักษนิยมมากในยุโรป แต่ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ไอร์แลนด์ได้พลิกโฉมตัวเองอย่างน่ามหัศจรรย์ใจ กลายเป็นศูนย์วัฒนธรรมของยุโรป
===================================================================
ไอร์แลนด์ ดินแดนแห่งกวี(2)
คนไทยรู้จักไอร์แลนด์มากกว่าที่ตัวเองรู้ ไม่เชื่อจะร่ายชื่อคนดังและของดังประเทศนี้ให้ดู วงดนตรียูทูชาวไอริชอันโด่งดัง นักร้องนำของวงชื่อ นายโปโน เป็นคนที่เป็นข่าวอยู่หน้า นสพ.สมํ่าๆ เสมอ เพราะเขามักมีไอเดียแปลกๆ
ในการจะช่วยคนในแอฟริกาให้พ้นจากความยากจนและโรค ภัยไข้เจ็บ ก่อนหน้านี้มีนักร้องชื่อดังอีกคนหนึ่งที่มีสไตล์เหมือนกันคือ นายบ็อบ เกลดอฟ ซึ่งเคยจัดงานคอนเสิร์ตขจัดโลกเอดส์มาแล้ว คนไอร์แลนด์น่ารักตรงนี้ เพราะมีจิตใจดี ใจบุญ ใจคาทอลิก
ส่วนครูบาอาจารย์ หรือคนชอบอ่านงานเขียน ไอร์แลนด์เป็นแหล่งความรู้และมีผลงานเขียนยิ่งใหญ่ ความยิ่งใหญ่ของประเทศนี้ผูกติดกับผลงานวรรณกรรมชื่อก้องโลก เขียนโดยนักเขียนไอริช เช่น นายเจมส์ จ้อย เป็นต้น
สำหรับนักดื่มคอทองแดง เบียร์สดไอแลนด์รสชาติดี กลมกล่อมยิ่งนัก คนชอบเบียร์ดำสนิทยอมรู้จักกินเนสเบียร์รสดั้งเดิม วิสกี้ต่างๆ ทั้งราคาแพงและถูกมาจากประเทศนี้เยอะแยะ ชื่อเสียงการดื่มและผับไอริชแพร่หลายไปทั่วโลก รวมทั้งไทยด้วย มีผับดื่มเหล้า ที่เรียกว่าไอริชผับอยู่หลายแหล่งแถวพัฒนพงษ์ ถนนคอนแวนต์
แฟนบอลพันธุ์แท้ย่อมรู้จัก รอย คีน อดีตกัปตันทีมปีศาจแดงมาก่อน ตาคนนี้มีความเป็นไอริชเต็มตัวไปหมด คือ ดื่มเยอะ พูดตรงไปตรงมา ไม่กลัวใคร (แต่กลัวพระเจ้า) เตะอย่างดียว ตอนคีนสารภาพว่าเคยใช้ยุทธวิธีการเหยียบนักเตะจากทีมอื่น ทำให้แฟนบอลถึงกับชะงักทันที แต่แฟนคนไทยชอบนักเตะที่ถึงลูกถึงคน
แต่ที่ทำให้ไอร์แลนด์ร่ำรวยนั้น เพราะว่ามีการเปลี่ยนแผนการพัฒนาประเทศ และพร้อมกับให้สิ่งตอบแทนกับนักลงทุนในประเทศ ในสมัยก่อนไอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งดุเดือดที่สุดใน ยุโรป เวลามีสไตรค์กันทีหนึ่ง โรงงานต้องเจ๊งกันเป็นแถว ช่วงต้นปี 1990 บรรดาเจ้าของโรงงาน แรงงานและรัฐบาลได้เซ็นสัญญากันไว้ว่า จะไม่หยุดงานแบบสมัยก่อน ไม่ขึ้นแต่จะลดภาษี เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามา
ทำไปทำมาเลยกลายเป็นสูตรสำเร็จรูปของการพัฒนา เศรษฐกิจ ทำให้หลายประเทศเลียนแบบทันที เพราะทำให้เกิดเสถียรภาพทางด้านการผลิต ไม่มีการหยุดงานแบบเมื่อก่อน ค่าใช้จ่ายน้อย ตอนนี้อินเดียเป็นคู่แข่งสำคัญ
เนื่องจากไอร์แลนด์มีที่ตั้งอยู่ระหว่างสหรัฐ อเมริกาและยุโรป ทำให้บริษัทในสหรัฐอเมริกาหันมาใช้ไอร์แลนด์เป็แหล่งของเอาท์ซอสซิ่ง เพราะค่าแรงถูกและสามารถติดตามงานได้ตลอดวัน 16 ปีก่อน บริษัทอเมริกันต่างๆ หัวไส เช่น บริษัทเครดิตการ์ดต่างๆ ที่ต้องมีคนรับสายตลอดเวลา หันมาจ้างคนไอริชเป็นคนตอบรับโทรศัพท์แทน ปรากฏว่าตอนนี้ เวลาพูดคุยทางโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบหรือถามข้อมูลต่างๆ คนตอบอาจจะอยู่ในดับลิน หรือเมืองกัลกัตตา
ไอร์แลนด์เป็นสมาชิกสหภาพยุโรปอันเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1973 ได้รับความช่วยเหลือมากมาย ตอนนี้เริ่มช่วยประเทศสมาชิก