เชิญคร้าบบ...

ฟิล์ม กรองแสง เป็น วัสดุที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อใช้ในการควบคุมพลังงานความร้อนจากแสงอาทิตย์ ผลิตจากพลาสติกชนิดหนึ่งซึ่งทำจากแผ่นโพลีเอสเตอร์ต่างๆ ( PVDG, Tedlar Foils Metallized Film, Acetate, PET, Polyolefins and Polycarbonates )

        โดยใช้เทคโนโลยีในการเคลือบชั้นฟิล์ม ต่างๆกันเช่น สี , โลหะ , กาว , สารกัยรอยขีดข่วน , สารดูดซับรังสี UV ( UV absorber ) ซึ่งแผ่นโพลีเอสเตอร์เป็นวัสดุที่เหมาะต่อการผลิตฟิล์มเนื่องจากมี ความเหนียว ทนทาน ยืดหยุ่นสูง ดูดซับความชื้นน้อย และสามารถทนอุณหภูมิได้ทั้งสูงและต่ำ จนทำให้สามารถลดแสงและความร้อนได้ แต่ยังคงความโปร่งใส(Trawsparency) ทำให้สามารถมองเห็นภายนอกได้

ฟิล์มกรองแสง กับ ฟิล์มลดความร้อน เหมือน หรือ ต่างกันอย่างไร?          

    เรามักจะได้ยินกันมาตลอดว่า รถยนต์ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีวิธีการป้องกันคลื่นความร้อน และให้ในรถมีความเย็นสบาย ในขณะ ใช้รถ

    เนื่องจากแสงแดดในตอนกลางวัน หรือ แม้ในยามค่ำคืนหากขับรถโดยไม่เปิดกระจก ก็ไม่สามารถจะขับได้นาน เพราะความ อบอ้าวในรถอันเกิด จากแสงแดด และอากาศภายใน ดังนั้น รถยนต์จำเป็นจะต้องมีฟิล์มกรองแสง หรือ ฟิล์มลดความร้อน และเครื่องปรับอากาศ ใช้งานกับรถของท่าน
   
ในส่วนของฟิล์มกรองแสง หรือฟิล์มลดความร้อน นั้น มีความเหมือนและมีความแตกต่างกันอยู่ในตัวเองในอดีตผู้คนมักจะเรียก วัสดุสีดำๆ ที่เป็นพลาสติก มาติดกระจกรถ ว่าเป็นฟิล์มกรองแสง ต่อมาก็จะมีการเรียกฟิล์มลดความร้อนบ้าง ซึ่งในอย่างหลังนั้น ก็คือฟิล์มกรองแสง ที่มีคุณสมบัติ ในการลดคลื่นความร้อนได้มากกว่า ฟิล์มกรองแสงแบบเดิมนั่นเอง ทั้งนี้ จากการที่ได้วิวัฒนาการผลิต ด้วยเทคโนโลยี สมัยใหม่ เช่น Sputtering Metallized Coating; Metal Selection Coating etc.

      หลายครั้งในการเลือกติดฟิล์มกรองแสง ที่คุณต้องตัดสินใจเลือกระหว่างความคุ้มค่า และประสิทธิภาพในการใช้งาน แต่วันนี้ ด้วยนวัตกรรมการผลิตระดับสากล ที่ได้รับการยอมรับจากประเทศต่างๆทั่วโลก ทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชีย ว่ามีประสิทธิภาพในการลดความร้อนจากแสงแดดได้สูงสุดถึง 76% และป้องกันรังสียูวีได้เกือบ 100% ทำให้ ฟิล์มกรองแสงลามินา เป็นฟิล์มกรองแสงที่ให้ทั้งความคุ้มค่า และประสิทธิภาพในการใช้งานอันยอดเยี่ยม สำหรับรถคันโปรดของคุณ

ประโยชน์ของฟิล์มกรองแสง

- ช่วยลดความร้อน - ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพ สามารถช่วยลดความร้อนได้สูงถึง 80% เมื่อติดตั้งบนกระจกรถยนต์

- ลดแสงจ้า - ไม่ว่าจะเป็นแสงจ้าจากแสงแดดโดยตรง แสงสะท้อนจากอาคาร หรือรถคันอื่น ฟิล์มกรองแสงจะช่วยตัดแสงจ้า ให้ขับขี่ได้อย่างสบายตา

- ป้องกันรังสี UV - โดยฟิล์มกรองแสงสามารถป้องกันรังสี UV ที่เป็นอันตรายกับทั้งสิ่งมีชีวิตและสีของวัสดุต่างๆ ได้สูงเกือบ 100%

- ประหยัดพลังงาน - ผลจากการช่วยป้องกันความร้อนจากภายนอก ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง ทำให้ใช้เชื้อเพลิงลดลงอย่างเห็นได้ชัด

- เพิ่มความปลอดภัย - โดยช่วยยึดเศษกระจกที่แตกจากการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ให้กระจายจนเป็นอันตรายแก่คนขับ หรือผู้โดยสาร

- ให้ความเป็นส่วนตัว - โดยการกรองแสงสว่าง และการสะท้อนแสง จะช่วยให้คนภายนอกมองเข้ามาภายในรถในยากขึ้น


ข้อแนะนำในการเลือกฟิล์ม

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน และยิ่งถ้าเราขับรถ เราก็ยิ่งมีโอกาสเจอกับแสงแดด และความร้อนได้อย่างมาก จนบางครั้งเราแทบจะทนไม่ได้ วิธีหนึ่งที่จะช่วยลดความร้อนจากแสงแดดได้คือการติดตั้งฟิล์มกรองแสง แต่ในตลาดบ้านเราก็มีอยู่มากมายหลายยี่ห้อ เราควรมีวิธีพิจารณาเลือกติดตั้งฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูง สุดได้ดังนี้

คุณภาพ ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพดี ควรมีคุณสมบัติต่าง ๆ ของฟิล์ม เช่น

% การลดความร้อน
% การลดรังสียูวี
% การสะท้อนแสง
% แสงส่องผ่าน
ต้องเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ และควรเป็นไปตามมาตรฐานของ AIMCAL ซึ่งย่อมาจาก
ASSOCIATION OF INDUSTRIAL METALLIZERS COATERS AND LAMINATORS
ASTM AMERICAN STANDARD TEST METHODS และ ASHRAE มิใช่ค่าที่พิมพ์หรือโฆษณาโดยปราศจากหลักฐานอ้างอิง

มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต
ต้องพิจารณาว่าเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีแหล่งที่มาชัดเจน นำเข้ามาจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานที่สากลยอมรับและมีที่ตั้งชัดเจน โดยปัจจุบันมีฟิล์มกรองแสงที่ผลิตจากโรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับ มาตรฐาน ISO9001 ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพที่กำกับดูแลทั้งการออกแบบและการพัฒนา, การผลิต, การติดตั้ง และการบริการ โดยโรงงานผู้ผลิตจะมอบสำเนาใบประกาศนียบัตรที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO9001 ให้บริษัทตัวแทนในประเทศไทยที่นำเข้าและจัดจำหน่ายด้วย ผู้บริโภคสามารถเรียกตรวจสอบได้

ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย
ต้องเป็นบริษัทที่มีความตั้งใจ, จริงใจ และประสบการณ์ในการทำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอย่างต่อเนื่องยาวนาน เชื่อถือได้ และไม่มีการโฆษณาหลอกลวง หรือเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ มีมาตรฐานการรับประกันคุณภาพที่เชื่อถือได้ โดยทั่วไปการรับประกันคุณภาพจะไม่ต่ำกว่า 7 ปี และสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถ ดังนั้น ผู้บริโภคจึงต้องเลือกบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่ท่านมั่นใจว่าตลอดระยะเวลาการ รับประกัน บริษัท ฯ จะยังคงดำเนินธุรกิจฟิล์มกรองแสงอยู่อย่างมั่นคงและพร้อมที่จะรับผิดชอบหาก ฟิล์มที่ติดตั้งไปเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้น

ราคา
ราคาต้องสมเหตุสมผล เหมาะสมกับคุณภาพในระดับที่ยอมรับได้ ไม่ใช่ต้องแพงเพียงเพราะมีชื่อเสียงมานานหรือเพราะโฆษณาเกินจริง ทำให้ตั้งราคาแพง หรือสูงขึ้นอีก ไม่สมคุณภาพที่โฆษณาไว้ โดยส่วนมากฟิล์มเคลือบโลหะ ทั้งชนิด Sputtered และ Metallized จะมีราคาสูงกว่าฟิล์มเคลือบสีประมาณ 1-2 เท่าตัว

โฆษณา
ผู้บริโภคควรพิจารณาโฆษณาของฟิล์มกรองแสงต่าง ๆ ให้ดีก่อนเลือกติดตั้ง ต้องเป็นโฆษณาที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง % การลดความร้อน และคุณสมบัติต่าง ๆ ของฟิล์มกรองแสง % การลดความร้อนที่ถูกต้องนั้นต้องเป็น % การลดความร้อนจากแสงแดด

วิธีการทดสอบ
นอกจากนี้ยังควรพิจารณาถึงวิธีการทดสอบ คุณภาพของฟิล์มกรองแสงด้วยว่าเชื่อถือได้หรือไม่ เช่น ไม่ควรทดสอบฟิล์มด้วยแสงสปอตไลท์ไม่ว่าจะโดยการให้ผู้บริโภคใช้มืออัง หรือยืนท่ามกลางแสงสปอตไลท์ ทั้งนี้เพราะเวลาเราขับรถจริง ๆ นั้น เราขับรถภายใต้แสงแดด มิใช่แสงสปอตไลท์ และแหล่งกำเนิดแสงทั้งสองชนิดนี้ก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และบางครั้งยังมีกรณีว่าฟิล์มที่ใช้เวลาทดสอบกับฟิล์มที่นำมาติดตั้งให้นั้น เป็นคนละชนิดกัน หรือใช้ฟิล์มติดตั้งซ้อนทับกันสองชั้นในการทดสอบ จุดนี้ผู้บริโภคต้องพึงระวัง และพิจารณาให้รอบคอบ

โคลงสร้างของฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มกรองแสงที่จำหน่ายอยู่ในตลาดมีมากมายหลายชนิดส่วนใหญ่ เป็นฟิล์มย้อมสีมีคุณภาพต่ำ กันความร้อนน้อย และไม่มีเคลือบสารป้องกันรังสีอุลต้าไวโอเลท แต่ปัจจุบันนี้ ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดได้กำเนิดฟิล์มกรองแสงยุคใหม่ ซึ่งเป็นฟิล์มแห่งอนาคต เรียกกว่า "สปัทเตอร์ฟิล์ม" (Sputter-Coated Metallized films) ซึ่งสามารถนำเอาโลหะชนิดต่าง ๆ มาเคลือบเป็นเนื้อเดียวกับฟิล์ม ทำให้ฟิล์มมีความคงทนและกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม

ปัจจุบันฟิล์มเกือบทุกชนิดซึ่งเป็น "สปัทเตอร์" ฟิล์มได้รับการพัฒนา และผลิดขึ้นจากกรรมวิธีดังกล่าว ที่มีคุณสมบัติกันความร้อนสูงภายใต้สภาพสูญญากาศ ทำให้โลหะเกิดการแตกสภาพเป็นอะตอม ซึ่งเป็นอนุภาคเล็กที่สุด แล้วแยกตัวลอยไปจับบนแผ่นใส Polyester ทีละอะตอม ทำให้เกิดแผ่นฟิล์มโลหะบาง ๆ เคลือบอยู่บนผิวของแผ่น Polyester กลายเป็นฟิล์มกรองแสงในยุคปัจจุบัน แผ่นฟิล์มโลหะบาง ๆ นี้เองที่ทำหน้าที่ป้องกันความร้อนได้อย่างอัศจรรย์ ด้วยเทคโนโลยีการผลิตเช่นนี้เราสามารถเลือกโลหะที่นำมาใช้เคลือบฟิล์มได้ หลากหลายชนิดมาก ทำให้ได้เนื้อฟิล์มที่มีประสิทธิภาพในการลดคววามร้อนจากแสงแดดจริงได้ดี เยี่ยม อีกทั้งยังให้ความสวยงามมีความทนทาน และไม่เปลี่ยนสี

ในปัจจุบันฟิล์มหลายยี่ห้อ ปัองกันรังสีอุลตร้าไวโอเลตหรือ UV จากแสงอาทิตย์ได้เกือบ 100% ซึ่งมีคุณสมบัติปกป้องสิ่งของภายในรถของท่านไม่ให้ซีดจางหรือเสื่อมสภาพ เร็วกว่ากำหนด พร้อมทั้งลดอันตรายจากการเกิดมะเร็งผิวหนังและฝ้าบนใบหน้า

ฟิล์มกรองแสงในยุคปัจจุบันเคลือบด้วยสารเคลือบแข็งป้องกันรอยขูดขีด ทำให้มีความคงทนให้ความปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูงกว่าฟิล์มย้อมสีที่มีคุณภาพต่ำ

การดูแลรักษา

โดยทั่วไปวิธีการติดตั้งฟิล์มกรองแสงจะ ต้องใช้น้ำผสมกับแชทพูแบบอ่อนๆ ฉีดลงไปบนด้านแผ่นกาวของฟิล์มและกระจกที่จะติดตั้งเพื่อช่วยให้ขยับฟิล์ม ให้เข้าที่แล้วจึงรีดน้ำและอากาศออกด้วยเครื่องมือชนิดต่างๆ ดังนั้นภายหลังจะพบว่าจะมีคราบน้ำขัง , กระจกมัว หรือเป็นฝ้าที่กระจก ก่อนที่อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ภายในเวลา 1-4 สัปดาห์

เมื่อฟิล์มแห้งสนิทและกาวทำงานอย่างเต็มที่แล้วในการยึดติดกระจก ควรปฎิบัติดังนี้

. ห้ามเลื่อนกระจกขึ้น - ลงเป็นเวลา 7 วัน หลังจากติดตั้งฟิล์ม เพื่อให้ฟิล์มอยู่ตัว

. ระยะเวลาในการอยู่ตัวของฟิล์มจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของฟิล์มที่ติดตั้ง อุณหภูมิและความชื้นในอากาศ คราบความชื้นที่อยู่ระหว่างกระจกกับฟิล์ม อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างนี้แต่จะแห้งและหายหมดไปเอง

. งดใช้ระบบละลายฝ้าที่กระจกหลังเป็นเวลา 30 วัน หลังจากติดตั้งฟิล์มเพราะจะทำให้ฟิล์มเกิดการเสียหายได้

. ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ , ผ้าหยาบ , ขนแปรง , สก็อตไบร์ท หรือวัสดุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ฟิล์มได้

. ห้ามเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างกระจกที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนียเช็ดทำความสะอาดฟิล์มโดยเด็ดขาด

. หากต้องการทำความสะอาดฟิล์ม ให้ใช้ผ้านุ่น และน้ำหรือน้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดทำความสะอาดฟิล์ม ซึ่งจะช่วยทำให้เนื้อฟิล์มใสและรักษาเนื้อฟิล์มได้ดี

. ก่อนเช็ดทำความสะอาดทุกครั้ง ควรตรวจสอบเสมอว่าในผ้าหรือทิชชูใดๆที่ใช้ ไม่มีผงฝุ่นหรือเม็ดทรายในผ้า เพราะจะทำให้คุณสมบัติของสารเคลือบฟิล์มเสียหายหรือลดคุณภาพได้

. ควรจอดรถตากแดดหลังจากติดตั้งฟิล์ม เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 15-21 วันเพราะจะช่วยให้กาวในเนื้อฟิล์มแห้งเร็วขึ้น

เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราแน่ใจได้ว่า เราได้ฟิล์มติดรถยนต์ที่มีคุณภาพ และทราบการดูแลรักษากระจกรถอย่างถูกวิธี เพราะในการดูแลเอาใจใส่ฟิล์มติดรถยนต์ที่ติดตั้งมาใหม่อย่างถูกวิธีนั้น จะทำให้ฟิล์มที่เราติดตั้งมานั้นอยู่คู่กับรถไปได้ทนทานนาน 7-10 ปีทีเดียว


udomsaku wrote on Apr 14
ติดใหม่ราคาประมาณเท่าไหร่คับ
rathmine wrote on Apr 16
ติดใหม่ ร้านบิวตี้ เคยโทรไปถาม

ลามิน่า 20N กันได้ 40% หรือ เบอร์ 35N กันได้ 50%

ราคาหมดคันพรีเซียร์ 4000 บาท ไม่เอาบานหน้า 3500 บาท

ลองโทรไปถามเฮียแกดูได้ครับ โทร 02 538 5682

ผมโทรไปเพราะอยากติดคันนี้เหมือนกัน เฮียแกอธิบายดีมากๆเพลินเลย

ผมว่าร้านไหนพูดดีๆ คิดเงินเราแพงนะ แต่จ่ายไปแล้วรู้สึกไม่ค่อยเสียดายเงิน

แต่ร้านไหนพูดจาไม่เข้าหู ถูกก็จริง แต่จ่ายเงินไปแล้วรู้สึกเสียดายเงินยังไงก็ไม่รู้
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Modified from Mediterranean by John Whittet.
Originally on the CSS Zen Garden.
Used and Modified with permission from the author.