Nissan Presea Ct.II R10
รวบรวมและเรียบเรียงโดย rathmine.multiply.com
Nissan Presea มี 2 รุ่น
รุ่นที่ 1 ออกสู่ตลาดในปี 1993-1994 รหัสตัวถังรุ่น R10 ราคารถใหม่ NISSAN PRESEA ณ ปีที่ออกจำหน่าย PRESEA 1.6 เกียร์ธรรมดา 695,000 บาท และเกียร์ออโต้ 730,000 บาท เครื่องยนต์ GA16DE หรือบางคันเจ้าของเดิมอาจวางเป็น SR20DE เเล้วก็ได้ (เเรงกว่าเดิม)
รุ่นที่ 2 ออกสู่ตลาดในปี 1995-1996 รหัสตัวถังรุ่น R11
เครื่องยนต์ SR18DE น้องๆ SR20DE เเต่อาจจะเจอบางคันเป็น SR20DE เเล้วก็ได้เช่นกัน
ทรรศนะทางด้านความแตกต่างของเครื่องยนต์ทั้งสองรุ่น
เครื่องของทั้ง 2 รุ่นไม่ต่างกันมากง่ายๆคือ ของ R11 จะเเรงกว่า R10 นิดหน่อย หลักๆ คืออยู่ที่ใจของคนขับมากกว่า ส่วนจะชอบรุ่นไหนอันนี้เเล้วเเต่ความชอบส่วนตัวเลยครับ และงบประมาณด้วย R10 ใช้ช่วงล่างร่วมกับ B13 ได้โดยไม่ต้องแปลง ถ้าว่า R10 ใช้กับ R11 ได้ไหม ตอบว่าได้ แต่ว่าได้แต่ด้านหน้า แต่ ด้านหลังใช้ไม่ได้ เพราะ R10 ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบอิสระ ส่วน R11 ช่วงล่างด้านหลังเป็นคานแข็ง ส่วนรุ่นที่เป็นเบาะหนังไม่มีต้องหุ้มเอง
R10 หรือ R11 คันไหนทันสมัยกว่ากัน ?
การใช้งานของทั้ง 2 รุ่นนี้ ไม่ต้องห่วงครับทันสมัยสุดๆใช้ง่าย
อะไหล่เป็นอย่างไรบ้างหายากหรือไม่ ?
เรื่องอะไหล่หาซื้อไม่ยากครับเดินหาที่เชียงกงมีมากมาย ส่วนที่จะหายากคงเป็นช่วงล่างนอกนั้นไม่ยากอะไร ส่วนอะไหล่ตัวถังก็น่าจะยากหน่อย และยางขอบกระจกน่าจะหายากเหมือนกัน
จุดอ่อนของระบบเกียร์มีหรือไม่
เรื่องของเครื่องเเละเกียร์ไม่ค่อยมีปัญหาทนอึดหายห่วง ก็อาจจะมีได้บ้างตามอายุรถครับเพราะ 2 รุ่นนี้ก็ปาเข้า 2 หลักเเล้ว เวลาเลือกก็ลองดูดีๆลองขับได้ด้วยยิ่งดีครับหาคนที่มีประสบการณ์ไปช่วยดูจะดีมาก
วิธีการดูรถ R10 เพื่อการตัดสินใจ
หลักๆที่ดู ก็รอบตัวถังต้องไม่ดูขัดลูกตา ช่องว่างระหว่างประตูกับตัวถัง ฝากระโปรงหน้าหลัง ต้องมีช่องสม่ำเสมอดี เปิดดูใต้พรมกระโปรงท้าย ก้มดูช่วงล่าง เครื่องยนต์ไม่มีน้ำมันเลอะเทอะ สตาร์ทรถฟังเสียงเครื่องยนต์ ลองขับ หน้ารถหลังรถถ้ามีโดนจะดูรู้
อาการเสียของ R10
- เดินเบาไม่เรียบและขึ้นทางลาดชันไม่มีกำลัง
ให้ลองเป่าใส้กรองอากาศ จูนรอบเครื่องใหม่เพราะอาจจะเดินเบาไป ลองล้างปีกผีเสื้อ และเช็คกรองน้ำมันเชื้อเพลิง และสาเหตุที่เครื่องไม่มีกำลังและเบาไม่เรียบนั้น อาจเป็นเพราะตัวคอยล์ในจานจ่ายเสียราคาไม่เกิน 1850 บาทเชียงกง และอาจมาจากแก็สท่วม นั่นคือแก้สออกมามากเกินไปทำให้เครื่องเดินไม่เรียบ
- ความร้อนในห้องเครื่องสูงมาก เปลี่ยนหัวเทียนไม่ถึง 2 เดือนถอดมาดูอีกทีคอเหลืองแล้ว ( ติดแก๊ส LPG)
เช็คระบบน้ำว่ารั่วหรือเปล่า พัดลมทำงานปกติทั้งสองตัวหรือไม่ สุดท้ายฝาสูบโก่ง ปาดฝาก็จะใช้ได้อีกซักระยะ และส่วนหัวเทียนเก่าเร็วเพราะรถที่ติดแก็สมานั้น จะมีการจุดระเบิดในห้องเครื่องที่ร้อนกว่าน้ำมันมาก จะต้องเลือกใช้หัวเทียนประเภทหัวเข็ม (PRATINUM) เพราะมีการจุดระเบิดที่ดีกว่าและมีอายุการใช้งานที่นานกว่าหัวเทียนทั่วไป ทั้งชุดราคาราวๆ 480 บาท และจะเปลี่ยนเป็นพวกอิเรเดียมก็ได้ไม่มีปัญหา
3. ติดเครื่องอยู่กับที่มีเสียงเก๊กๆเหมือนเหล็กกระทบกัน
เสียงเหล็กกระทบ อาจเพราะว่าเป็นเสียงของพูลเลย์ ตัวครอบหลวม ทำให้เวลาติดเครื่องจะทำให้เกิดเสียง
4. มีเสียงกุ๊กๆจากประตูหลัง
ถอดฝาครอบพลาสติกดู เช็คซีลรอบประตู
Nissan Presea R10

Manufacturer Nissan

Production 1990–2000
Class Compact
Body style(s) 4-door sedan
Layout FF layout
\
Engine(s) 1.5 L I4, GA15DE
1.6 L I4, GA16DE
1.8 L I4, SR18DE
2.0 L I4, SR20DE
Wheelbase 2500 mm (R10)
Length 4420 mm (R10)
Width 1690 mm (R10)
Height 1320 mm (R10)
Related Nissan Sentra
Nissan Primera
NX Coupe
Nissan Pulsar
Nissan Sunny
Nissan Bluebird
History of Presea

A mostly JDM (Japanese domestic market) vehicle, the forward looking Nissan Presea was exported to South East Asia and New Zealand. (Some examples also made their way to Russia) from 1990 to 2000.
The original R10 Presea was based on the B13 Nissan Sentra/Sunny platform. It shared many attributes with its sibling model, however, body panels and interior were done to a much higher specification. Interior fabrics matched those on the Bluebird (a class higher than the Nissan Sentra/Sunny), with standard features including automatic headlights, lighted keyslot, rear-illuminated instrument cluster, integrated sound-system, automatic climate control, digital temperature control, adjustable shoulder height seat-belts, 4-way adjustments and lumbar support for the driver's seat, windscreen wipers with adjustable intermittent timings, remotely-controlled wing mirrors that folded close and most importantly, frameless windows that mimicked the NX Coupe and Silvia. In fact, so feature-full and advanced was the car that many units had 4-disc brakes with ABS and a rear windscreen wiper.
The A-pillar was slightly thinner than most compact cars, and the B-Pillar was practically non-existent from the outside, and on the inside, it was just wide enough to accommodate the seat-belt assembly. The C-pillar created a wrap-around rear windscreen. All these design features allowed for a more than 300-degree of vision for the driver, much like that of a fighter pilot. The rounded exterior left no visible straight edge on the car, and the grill-less front end gave the car a very sleek and futuristic look.
Dimensions
The Presea was an in-betweener - halfway between the Sunny/Sentra/Pulsar and Bluebird/Primera ranges. Compared to most "compact cars of that time", the Nissan Presea was quite long. The R10 stood at 4420 mm, 15 centimetres longer than the Sentra. It was also pretty low for sedan at 1320 mm; with passengers often feeling the need to stoop to get into the car. At 1690 mm wide, it was as wide as it needed to be for 2 adults (and possibly a child) in the rear seats. The slightly longer wheelbase (compared to the Sentra/Sunny) at 2500 mm was class leading for that era of compact cars. All these dimensions added up to a comfortable (albeit low) car with decent comfort and presence. The boot space was more than adequete, at over 300L in capacity. Due to the way the backseats lean back (which in turn gave the rear passengers a lot more comfort) objects over 1000 mm in length and 1200 mm in width could fit. The boot height of over 400 mm also allowed for a competent handling of most purchases during shopping sprees. However the narrow aperture height limited its usability.
Handling Prowess
For more decent handling, it had macpherson struts up front with multi-link rear suspension (with parallel arms). This independent setup combined with the longer wheelbase gave good comfort on the highway, and a pretty good grip for aggressive cornering. For many Preseas, the car was endowed with a ventilated front disc brakes with a single large piston. The rear brakes were either a solid disc brake or a semi-trailing drum brakes with self-adjusting shoes.
Engine Sizes
In Japan, most Preseas came with either a 1.5L GA15DS, 1.8L SR18Di engine and the venerable SR20DE. For the rest of the world, a more common 1.6L GA16DE engines was available, providing sufficient grunt and fuel economy with its VTC (Variable Valve Timing in Nissan-speak) and DOHC design. As it's engine bay was slightly longer than a B13 Sentra, an SR20DET engine could be shoehorned into it without much trouble. Standard Nissan mounting points allowed for the easy swapping of clutches and gearboxes between models in this range of cars. With the ample under-bonnet capacity, larger turbos and intercoolers could be fitted provided the owner did not mind slight modifications to the engine bay.

Little Known Facts
A 5-speed manual transmission or 4-speed automatic was available. Top speed was restricted to 180 km/h/112 mph as per most JDM vehicles. The 0-100 km/h timing was 10s for the 1.6L Manual version.
The R11
The R11 Presea launched in 1995 was slightly lengthened. In some countries including Japan, the venerable SR18DE with 125 hp replaced the 110 hp SR18D(i) engine, alongside with GA15DE and SR20DE engines. It still had the same drive-train as Nissan Sunny B14 (1994-1998) and the same frame-less door windows as the R10 Nissan Presea, although it was a little longer (4425 mm + 2525 mm wheelbase) wider (1695 mm) and taller (1325 mm).
In Singapore, Thailand and New Zealand, the R11 Presea came predominantly with the ancient 1.6L GA16DE. With essentially every curve and panel being unchanged, and only a fresher looking headlights and rear lamp cluster the car still had the same old macpherson struts suspension up front and rear multi link geometry. Market demand for such a car fell rapidly, which was similar to the disappearance of the 4-door Honda Integra. The demand for "luxury compact" had fizzled out.
What things have gone wrong with the car?
- Power Steering system failed at 230,000 km
- Shocks, tyres and rims changed at 231,000km
- Alternator failed at 235,000km
- Clutch slipped/failed at 231,000 and 250,000km.
- Radiator/Engine Pipe leaked causing 2nd alternator failure.
- Clutch seems to be slipping again! Nissan makes lousy stock clutches.

รวมราคาอะไหล่และคำแนะนำต่างๆ
R10 เป็นเครื่อง GA16DE แต่พิเศษกว่าพวก NV และ Sentra ตรง มี VTC ซึ่งแรงที่สุดแล้วในตระกูล GA16 แนะนำว่าเวลาเราไปซื้ออะไหล่ ก็ให้บอกร้าน ว่า “ช่วงล่าง Sentra B13 /เครื่องGA16” จะช่วยให้เราหาง่าย
- โช็คหน้าคู่ละ 5000 บาท คู่หลัง 4000 บาท ราคารวมค่าแรง ของใหม่เวลาเข้าร้านก็บอกไปว่าของ B13 (Sentra) จะไปซื้อที่ร้านอะไหล่ก็ได้ถูกกว่านิดหน่อย แล้วไปให้ช่างติดเองเรื่องง่ายๆ ตกค่าแรงข้างละ 250-350 บาท ผมไปทำแถวรังสิตตรงหน้าเมืองเอก ห้างMacro แหล่งเลย ถ้าที่ B-quik ราคาแพงกว่า ประมาณข้างละ 500 บาท
- ยางขอบประตูลมเข้าแล้วเวลาวิ่งเกิน 60 ควรเปลี่ยน ราคาด้าน ข้างหน้าละ 2410 บาท ไม่ต้องกังวลผมเห็นพวก Mazda3 ใช้ 2 ปีก็เปลี่ยนกันแล้วแถมราคา 3700 กว่าบาท/ข้าง แพงกว่าของเราอีกเปลี่ยนไปเถอะครับ
- ลูกปืนล้อ เหมือน B13 ต้องเปลี่ยนทั้งดุมเปลี่ยนแต่ลูกปืนแล้วอัดเอาไม่ดีแน่ มันจะหอน เสียงดัง รำคาญของใหม่เบิกห้างราคา4000บาท/ข้าง ที่เชียงกง 800 บาท/ข้าง เปลี่ยนของเทียบมาทั้งดุมยี่ห้อ J@PAN ราคา 900 บาท
- ปีกนกมียางหุ้ม เปลี่ยนแต่ยางได้ เพราะร้านอะไหล่ข้างทางก็มี ราคาประมาณข้างละ 500 กว่าบาท เวลาเปลี่ยนอะไรก็แล้วแต่ถ้าไม่ใช่ของเบิกห้าง คุณต้องบอกกับร้านเวลาซื้อว่าขอที่ดีที่สุดไม่อย่างนั้นเวลามาใช้ จะเสียงดังบ้าง หอนบ้าง ดังกุ๊กๆๆกิกๆๆ รำคาญแย่และไม่ทนด้วยครับ
- ยางหุ้มเพลาด้วยข้างละ 200 ยางรัดอีกเส้นละ 100 ต้องหมั่นดูแล อย่าประหยัด ไม่อย่างนั้นเศษทรายเข้าไป จะเสียทันที มีเสียงดังหอนเวลาเลี้ยวดังมากๆ ราคาค่าซ่อม 3200 – 4000 บาท
- ยางกันโคลงอย่าซื้อร้านอะไหล่พวกของเทียมเพราะไม่ดีเสียงจะดังกุกๆกิกๆ (เคยมาแล้ว) เฉพาะชิ้นนี้เป็นยางที่ไม่ต้องซื้อใหม่ เพราะสามารถหาได้จากเชียงกง เพราะเราจะได้คุณภาพเนื้อยางดีกว่า การรับแรงดีกว่า หรือเบิกห้าง ตัวละไม่เกิน 300 บาท ด้านหลัง
- ถ้ารถติดแก็สมา ควรคอยตรวจดูสายส่งเชื้อเพลิงน้ำมันอย่าให้แตก เพราะถ้าใช้แก็ส อายุสายยางจะสั้นละ เป็นเท่าตัว อันตรายเปิดดูอย่าให้แตกลายงา จะทำให้น้ำมันลดลงเร็วมากๆ และมีกลิ่นเหม็นเข้ามาในห้องโดยสาร
- จานเบรกหน้า ข้างละ 3000 บาท ผ้าคลัช 2300 กว่าบาท ถ้าเกียร์กระปุก สายครัชจะแข็งแก้ไม่หาย ต้องแปลงเป็นครัชน้ำมันสบายไปเลยค่าแรงรวมอะไหล่รวมๆ 3000 กว่าบาท เป็นทุกรุ่นของนิสสัน ไล่มาตั้งแต่ NX, Sentra อะไหล่อย่างอื่นมี สายไฮโดรลิก ของพวงมาลัยเพาเวอร์ ของเชียงกง 1200 บาท จะทนมากๆ หาตัวที่มีผ้าหุ้มพันหนาๆ จะทำให้ทนยาวไปเลย แนะนำว่าอย่าไปเอาร้านข้างทาง แพงไม่ทน หากไปซ่อมที่ศูนย์จะแพงไปกันใหญ่
- หน้ากากช่องแอร์ไม่สวย กรอบแตกไม่ทน เป็นกันทุกๆคัน หากเบิกศูนย์จะแพงมากๆอันละ 1400 กว่าบาท 4 ตัวก็คูณเอาเอง และใส่มาใหม่ไม่นานก็เดี๋ยวก็กรอบเองตากแดดเรียบอีก วิธีการแก้ไขคือหาทางอยู่กับมันไป โดยหาผ้าขนสักหลาดซื้อที่คลองถม หน้าตึกศรีวรจักรวันอาทิตย์ ผืนละไม่เกินสามร้อย หรือไม่ก็จ้างให้ร้านเบาะเย็บเปิดทั้งคอนโซนเลย ให้ห้อยลงมาเจาะปิดช่องแอร์ เพราะแดดจะไม่สะท้อนอีกด้วย ขับรถสบายตา
- ฝาปิดที่ฉีดน้ำกระจกหน้า อันละ 80 บาท สูญหายกันประจำเพราะไม่มีตัวยึด ที่วรจักรก็มีขาย บอกเอาของ SentraB13/ NV รุ่นใหม่ฝาจะเป็นเหลืองทนเก่า ให้เอาทั้งกระปุกมาเลย 200 บาทเองได้ปั้มน้ำใหม่กระปุกเก็บน้ำแถมมาด้วย ส่วนฝาแบบใสนั้นโรงงานเลิกผลิตไปแล้ว อีกทั้งยังไม่ทนกับความร้อนให้ห้องเครื่องจริงๆ
- หัวเทียน ต้องใช้ตรงรุ่นเท่านั้นอย่าเอาของเทียบมาใช้เด็ดขาด เพราะรอบเดินเบาจะสั่น โดยเฉพาะติดแก็ส จะไปกันใหญ่
- แผงบังแดด คันที่ได้มาผ้าอาจจะขาดห้อย หากเปิดห้างอันละ 800 กว่าบาท แต่จะให้ประหยัดและสวยจะเอาไปซ่อมก็ได้ เปลี่ยนเป็นหนังสีเทาไปเลย ให้ร้านอัดจีบใหม่ จะทนสุดๆ
- ส่วนถ้าจะทำสี หากสีฟ้าที่ แท้ๆของรถจะเป็นฟ้าใส มีมุกน้อย อมสีแดงนิดๆ และสีมุกจะแพงมาก ปริมาณประมาณขวดกระทิงแดง จะอยู่ที่ประมาณ 700 บาท ร้านทั่วไปจึงไม่ค่อยใส่เพราะต้นทุนสูง อู่เลยจะทำแค่เอาสีฟ้ามาเติมสีขาวลงไป และงานออกมาจะทำให้รถเราเป็นสีฟ้ามืด ไม่ใช่ฟ้าใส และพอทำออกมามันจะไม่ใสเหมือนสีหลังคาเลย และเวลาใช้แลคเกอร์เคลือบสี ควรเลือกให้ใช้อย่างดีไปเลย เช่นยี่ห้อดูปองค์ จะได้สีเงาฉ่ำ ควรทำแบบล้างสีเก่าออกจนหมด ไม่ควรทำแบบร้านประกันที่เพียงแค่ขัดๆแล้วพ่นทับนั้นจะไม่ทนเพราะรองพื้นสีเก่าหมดอายุ หากใช้ไปไม่นานสีใหม่แห้งแตกลายเพราะรองพื้นใช้สีเก่าลอก
- โลโก้ Nissan ที่เปิดท้ายกระโปรงที่ได้มากมักไม่มี เพราะพังแล้วหลุด ของแต่งตรงรุ่น อยู่ที่ปทุมวัน และคลองถม
- ทำหมดนี้ได้เหมือนได้รถใหม่ขับเงียบ 150-160 สบายนิ่งๆ สวยกว่ารถ ป้ายแดงครับ
- ไฟหน้าที่ไม่ได้ทำจากแก้ว ราคาข้างละ 1000-1300 บาท
- ของเชียงจะมีโคมไฟกันชน ใสๆกิ๊กๆใช้งานได้ จะติดพร้อมไฟหน้าสีส้ม ไม่ใช่โคมหลอกเหมือนของในบ้านเราที่ไฟจะติดเฉพาะ fog lamp เวลาเปิดไฟเลี้ยวข้าง ราคาที่ประมาณ 1000 -1200 บาท แนะนำว่าถ้าอยากให้ใหม่ตลอด ไม่อย่างให้เป็นรอย ก็ควรไปติดฟิล์มใสที่ใช้ติดกระจกนั้นแหละใช้ได้เลย และส่วนไฟเลี่ยวก็ควรเอาสติกเกอร์เหลืองติดก็ได้จะช่วยให้ทนทานตลอด หากเมื่อไหร่ที่เก่าก็ลอกออกติดใหม่แค่เพียง 100 บาทเอง
- ไฟท้าย 1500/ข้าง
- สายหัวเทียนชุดละ 500-700 บาท
- จานจ่าย 3000 บาท เวลาซื้อหรือดูว่าของเราเสียหรือไม่ ให้ดูที่ปะเก็นมักจะเสีย สังเกตจากที่ว่ามีน้ำมันเครื่องซึม หากซ่อมราคาอยู่ที่ 400 บาท รวมค่าของและค่าแรง
- หัวฉีด หากเสียคงได้เปลี่ยนทั้งราง เพราะช่วงนี้เห็นเสียกันหลายคันเพราะปีเก่าแล้ว เนื่องจากครบเวลาที่หมดอายุ อาการคือรอบเดินเบาจะสั่น รีบซ่อมราคาเปลี่ยนทั้งรางอยู่ที่ 1400-2400 บาท ขึ้นกับสภาพ และที่สำคัญว่าเปลี่ยนหัวเดียวไม่ได้ แนะนำว่าอย่าใช้ของเทียบ ระบุว่าต้อง GE16DE VTC เท่านั้น เพราะรุ่นอื่น มันต่างกันใช้ด้วยกันไม่ได้
- ท่อน้ำร้อนด้านหลังเครื่อง หากมีน้ำไหลซึมน้อยๆ เตรียมใจรอวันพุ่ง เปลี่ยนที่ราคา 1500 บาทขึ้นไปราคาเบิกห้าง แนะนำอีกว่าอย่าเอาเหล็กท่ออะไรมาแปลงเด็ดขาด เพราะของแท้ จะมีสารกันสนิมในเนื้อเหล็กด้วย ตอนนี้ถึงเวลาพุกันแล้วเน้นๆ ดูดีๆ หมั่นสังเกต คิดว่าเป็นกันหมด ถ้าปล่อยในวันหนึ่งแต่พุ่งออกมาก ทำให้เครื่องน็อกพังขึ้นมา ออกต่างจังหวัดเลิกคุย ขนาดดูแลรถอย่างดีใส่น้ำยากันสนิมยังเป็น ราคาที่เชียงกง น่าจะประมาณ 300-500 บาทเอง ของผมเปลี่ยนไป 300 บาท
- มอเตอร์กระบอกฉีดน้ำ 250 บาท เชียงกงส่วนของใหม่มีตามร้านอะไรบางร้าน
- แผ่นพลาสติกใต้ท้องเครื่อง ตรงที่ถ่ายน้ำมันเครื่องถ้าไม่มี โคลนจะสานขึ้นฝากระโปรง โดนทางสายพานยับเยิน หาได้ที่เชียงกงราคา 140 บาท และใช้กับ Nissan EX saloon และ Nx ได้ และที่บางไผ่ก็มี
- สายพานราวลิ้นเป็นโซ่ ถ้ามีเสียงดัง ก็เปลี่ยนเช่นกัน โดยมี 2 เส้น ราคาแพงเอาเรื่องคือ 1500 ต่อ 1 เส้น
- ถ้าอกตัวฝากระโปรงหน้าสั่น ก็ควรเปลี่ยน ยางรอฝาตุ่มเล็กๆ ซ้ายขวา ถ้าไม่หายขันนอต ตรงกลางปรับนิดหน่อย ซื้อใหม่หน้าตึกศรีวรจักรก็มี
- ประตู 4 บาน ที่มีตัวล็อกเป็นเหล็กรูปตัว U ถ้ายางขาดแล้วเราขับรถตกหลุม ประตูจะกระแทกดังอ๊อดๆ กุกๆ ไปทั้งคัน เปลี่ยนใหม่ราคาอันละ 180 รวมค่าแรง ถ้าปล่อยไว้ประตูจะตก แก้ยากมากขึ้นไปอีก
- แอร์รถยนต์ R10 ล้างง่ายๆ แค่ถอดเก๊ะเก็บของและลิ้นชัก สังเกตจะมีสลัก 2 ตัว แล้วจะเจอนอต 3-4 ตัว ถอดออกจะเจอแผงคอยล์เย็น ใช้เวลารวมไม่เกิน 7 นาทีเสร็จ สามารถล้างเองได้ เพราะเดี๋ยวนี้มีสเปร์ยล้างแอร์ 100 กว่าบาทขายที่ Lotus ถ้าไปอู่ข้างนอกแพงคิดไป 1500 บาทแถมอาจไม่ดีด้วย
- ผ้าเบรกหน้า-หลังไปที่ B-quik ไม่แพง แถมแก้ไขให้ฟรีตลอด ถ้าใช้แล้วมีเสียง ถ้าไปทำร้านข้างนอก เวลากลับไปแก้มันจะหน้างอและอาจเสียเงินอีกเพราะจำเราไม่ได้ แต่ที่ B-quik จะมีข้อมูลการซ่อมของเราในคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องพกใบซ่อมของเก่าไปก็ยังได้
- เห็นด้วยกับเบรกหลังถ้าจะเปลี่ยนเป็นดิสก์เบรก เพราะของเก่าเอาไม่อยู่ เบรกแรงๆ อาจปัดได้หากขับเร็ว แต่หากรักษารถให้อยู่แบบสภาพ เดิมๆก็ไม่ต้องไปแปลงอะไรมาก
- สวิทซ์มือจับที่ประตู แตกกันหมด ด้านคนขับราคา 550 บาท ที่เหลืออีก3 บานละ 250 บาท เชียงกงมีแต่หาเอาหน่อยใช้ความพยายามนิด
- ที่เชียงกงจะมีพวกมอเตอร์ไซค์ คอยตามถาม เอาอะไรพี่ๆ อย่าหลงไปคุยเลยแม้แต่คำเดียว จะโดนฟันราคาเลือดอาบเพราะของ 200 บาท อาจกลายเป็น 800 บาทในพริบตา อย่าให้ใครหาของให้ แม้ว่าเขาจะกวนๆวนๆ คุยกับเราตลอด ได้ยังพี่ๆ ก็ตาม
- บูชหน้าหลัง รวม 4 ตัว ราคาประมาณ 2200 บาท โช๊คหลัง kayaba ของใหม่ 2300 บาทลูกหมากปีกนกล่าง 2 ตัว 800 บาท
- ค่าซ่อมโช๊คหน้า อัดแก๊สกึ่งน้ำมัน 800 บาท ซ่อมลูกหมากตัวอื่นๆ 1400 บาท
- คอมแอร์ ราคามือสองเชียงกง ประมาณ 1,500-2,000 บาท เปลี่ยนมาแล้วเย็นเจี๊ยบ แต่ตอนเลือก ดูสภาพให้ดีหน่อย ดูน้ำมันคอมที่ค้างอยู่ว่าต้องให้ใสวาว ก็ใช้ได้ ส่วนราคาของมือ 1 ก็เป็นหมื่น
- กันชนเดิม (ตัวไฟยาว) นิสสันพรีเซีย R10 ไม่มีไฟตัดหมอก 1500 บาท
- กันสาด Presea R10 ราคา 2500 บาท
- โชคอัพหน้าและหลัง R10 4 ตัว ราคา 3,600 บาท
- หม้อน้ำ R11 ของเทียมไม่แท้ราคา 2500 บาท เป็นอะลูมิเนียม ดูรายละเอียดงานพอใช้ได้ แต่สำคัญคือใหม่เอี่ยมเลยและใส่ลงพอดีไม่ต้องแปลงและไม่ต้องห่วงว่าจะรั่วอีกด้วย
- โช้คคู่หลังของ R10 มีของคายาบ้า คู่ละ 4500 บาท และ ของแกรเบียน คู่ละ 7000 บาท จากที่เคยใช้ทั้งคู่ไม่ต่างกัน แต่ แกรเบียน ต้องให้ช่างดัดจุดยึดสายเบรคสำหรับข้างที่ไม่ใช้ เพราะเวลายุบตัวมากๆ มันกระแทกตังถังดังแก๊กๆได้
- การเปลี่ยนซีลตรงฝาวาล์ว ที่ตัวฝาครอบวาล์ว ลองถอดออกมาดูว่าขาดไหม ถ้าไม่ขาด ก็สามารถใช้ประเกนเหลวทา จากนั้นเปลี่ยนแหวนลองน็อตใหม่ ตัวละ 15 บาท 11 ตัว ก็จะไม่ซึมแล้ว ส่วนที่เกียร์ผมเคยเปลี่ยนสวิทช์เกียร์
- ยางแท่นเครื่องกับยางแท่นเกียร์ ยางแท่นเครื่องใหม่ศูนย์ ตัวละ 1000 บาท ของเชียงกง ตัวละ 100 บาทเท่านั้น ถ้าไม่ขาดหรือทรุดก็เปลี่ยนเป็นตัวๆเฉพาะ ที่เสียก็ได้
- สปอยเลอร์หลังเดิมๆ เชียงกงรังสิตขายอยู่ที่ 1500-2000 บาท
- วิธีถอดเสาอากาศวิทยุนั้น ขั้นแรกต้องรื้อพรมด้านข้างขวาในกระโปรงออก เเล้วก็จะเห็นมอเตอร์เสาอากาศยึดอยู่กับโครงเหล็ก 1 จุด ส่วนตรงหัวด้านบนของเสาก็จะยึดอยู่อีก 1 จุด และหมุนหัวล็อคที่เสาด้านนอกก่อนก่อน แล้วค่อยถอดน็อตยึดด้านในตัวถังประมาณสามตัว จากนั้นดึงลงมาพร้อมปลดท่อระบายน้ำและปลั๊กไฟแต่กว่าจะมุดเข้าไปถอดได้ เหนื่อยหน่อย ที่สำคัญอย่าลืมถอดสายน้ำ กับสายไฟด้วยนะครับ
ที่มาของข้อมูล
· พี่น้องชาว Presea Club - RcWeb.net
· Wikipedia, the free encyclopedia
เพิ่มเติม
รูประบบสายพานทามมิ่งและตัวประคองโซ่ทั้งสอง

และรูปจริงๆ ประคองโซ่ตัวโค้ง

ประคองโซ่ตัวตรง
