เชิญคร้าบบ...

NISSAN  NV  1600

ผู้เขียน                    สุภัทร  ทิสาพงศ์
หนังสือ                   นิตยสารมอเตอร์มาร์ต
สำนักพิมพ์              บริษัท คอมฟอร์ม  จำกัด
หน้า                        69-71

ด้วยงบผ่อนแค่ 4000  บาท / เดือน  ท่านก็จะได้รถ  sport  สไตล์  pick- up   ใช้แบบส่วนตั๊วส่วนตัวแบบหนุ่มสาว   2  คัน  หรือหากินก็บรรทุกได้  ร่วม  500  กิโลกรัมก็ดีไปหมดหรือจะเอามาแต่งเป็นรถขับซิ่ง  ถึง  200  กม./ ชม.  ก็ไม่ยาก

ถ้าไม่เพราะว่าเป็นตลาดคันหนึ่งที่แม้จะไม่นิยมมาก  แต่ก็มีคนสนใจตามหากันแยะทำให้  NV  รถทรง  PICK UP  ของ  NISSAN  คันนี้มีค่าตัวที่เลยหลักแสนไปไกล  ผิดกับรถ  DAIHATSU MIRA  ที่ราคาสภาพ  2 2  ที่นั่งหลังคาไพเบอร์ทรงแวนนั้นราคาป้ายแดงใกล้กับ  NV   แต่พออายุเก่าพอ ๆ กันก็หล่นฮวบมากกว่า  NV  เพราะคนไม่ค่อยนิยมและไม่อาจนำไปแต่งและดัดแปลงได้มากเท่า  NV

ก็อย่างที่ทราบกันเกือบทั่วไปเจ้า  “ NISSAN  NV “  ชิ้นงานที่  สยามกลการในยุคของคุณหญิงพรทิพย์  ณรงค์เดชหมายมั่นว่าจะสามารถปลุกปั้นให้เป็นรถยนต์แห่งชาติแบบเดียวกับ  PROTON  SAGA  ของมาเลเซียที่รับเอาเทคโนโลยีของ  MITSSUBISHI  มาใช้  ขณะที่คุณหญิงนั้นชาติดีกับ  NISSAN  มากและขณะนั้นสยามกลการจัดว่ากำลังรุ่งมากงาน  NATIONAL  CAR  จึงเป็นรูปเป็นร่างในสไตล์ของ  “ ULTI – BODY  “   คือในโคลงสร้างเดียวของ  “NV “ นั้นสามารถนำไปพัฒนาเป็นรถออกมาได้ตั้งแต่ทรงกระบะพร้อม  ดัดแปลง, ทรง PICK – UP  สำเร็จรูป, ทรงตรวจการ  3  ประตู, ทรง SEDAN  VAN  5  ประตู  เรียกว่าตัวเดียวสามารถขึ้นรูปเป็นรถใด ๆ ก็ได้สุดแต่ลูกค้าจะ  ORDER หรือลูกค้านำไปต่อเติมด้วยระบบไฟเบอร์กลาสส์ที่กำลังฮิตขณะนั้น

การเกิดของ  NV  นั้นเกิดมาในยุคที่สยามกลการมีรถขนาดเล็กขาย  2  รุ่น คือ  SUNNY  1300  FF,  และ  SENTRA  1500  เท่ากับว่า  NISSAN  NV  เป็นรถอีกรุ่นให้เลือกในสนนราคาต่ำกว่า  300,000  บาท  เป็นการกำกับตลาดให้สินค้า  NISSAN  ของสยามกลการดีแบบรถในด้านราคาให้เลือกตั้งแต่ระดับเดียวกับรถเก่ามือสอง  แล้วค่อยไต่จนถึงรุ่นตรวจการ  5  ประตู  ในสนนราคา  40  กว่าหมื่น

ในการนี้หากสยามกลการสามารถประสบความสำเร็จกับ  NISSAN NV  ได้ต่อไปการหมดยุคของ  SUNNY  FF ก็จะมีรถทดแทน  ขณะเดียวกันก็รองรับตลาดระดับล่างได้ด้วย  ซึ่งดูเหมือนว่าอนาตดของ  NV  ต้องโปร่งใส

แต่แล้วในนยุคของ  พณ. ท่านอานันท์  ปันยาชุน  นายกผู้ดีได้ประกาศยอมให้รถประกอบนอกเข้ามาขายได้  เท่ากับสยบตลาดกึ่งผูกขาดของบริษัทรถยนต์ในประเทศที่ขายดิบขายดีผลิตไม่ทัน  และยังขึ้นราคาเป็นว่าเล่น  เพราะ   SUPPLY  ไม่พอกับ  DEMAND    ( ห้ามรถ  CBU  เข้า )

การเปิดประตูให้รถ  CBU  เข้ามาจุงทำลายกำแพง  กฏเกณฑ์มาเป็น  SUPPLY  มากกว่า  DEMAND  เพราะการนำรถ  CBU  เข้ามานั้น  สามารถนำเข้าไม่อั้นเนื่องจากปริมาณการผลิตของบริษัทแม่มากกว่า  ทั้งสามารถนำรถยี่ห้ออื่น ๆ เข้ามาขายด้วย  เท่ากับว่าผู้ซื้อมีทางเลือกมากขึ้น

ก็เลยกระทบทางอ้อมต่อโครงการของ  NISSAN NV ที่กลายเป็นว่าราคาชักไม่สมกับรถโดยเฉพาะรุ่นตรวจการ  5  ประตูในราคา  40  กว่าหมื่นนั้น  สามารถซื้อรถเก่งอย่าง  HYUNDAI  EXCLE  ได้  หรือรถเก๋งแท้ ๆ ประกอบนอกได้หลายยี่ห้อ  การจะนำเอา NV  มาดัดแปลงก็เลยยุติไป  ผู้คนเลือกซื้อ  NV  เพราะอยากใช้เฉพาะแต่จะไม่ค่อยซื้อมาต่อเติมดังแต่ก่อนและเป็นเหตุหนึ่งที่ต้องเลิกการผลิตรุ่น  NV – VAN  ไปเหลือไว้แต่  NV  PICK -  UP  เท่านั้น

ซึ่ง  NV  PICK –UP   นั้นมียอดขายไม่หวือหวาเท่าไรนัก  มีลูกค้าประเภทนำไปขับสนุก ๆ เพราะราคาแค่  30  กว่าหมื่น  หรือพวกนักธุรกิจขนาดเล็หกที่อยากขับรถนุ่มอย่างเก๋ง  แต่สามารถบรรทุกของได้อย่างรถกระบะ  ตลอดจนวัยรุ่นวัยซิ่งที่นำไปแต่งรถสวยงาม  เพราะอย่างน้อย ๆ   การทรงตัวก็ดีกว่ารถปิกอัพดีเซล   สมรรถนะก็เปรี้ยวพอจะกัดกับรถเก๋งขนาด  1600  ได้สบาย   หน้าตาก็สวยงามแต่งขึ้นกว่า       MAZDA  FAMILIA   กระบะ  หรือดีกว่าไปจับรถเก่าราคาเดียวกันแต่ต้องนั่งซ่อม

แต่กับ  NV  ในสภาพ  165,000-250,000 บาทนั้น  เป็นวัยที่เหมาะสมเพราะว่ารถยังโทรมมาก  แม้ว่าบางครั้งจะเห็นลงประกาศขายกันที่ต่ำกว่า  13  หมื่น  แต่สภาพนั้นแย่กว่า    COROLLA  KE – 70  ซะอีกจึงไม่น่าจับ  ยอมแพงหน่อยหาสาเหตุตัวถังดี ๆ  เครื่อง  50 %  ระดับเร่งรอบจัดมีควันขาวออกนิด  ๆ  จะดีกว่าเพราะลำบากสุดก็แค่ยกเครื่อง  GA 16  เดิมทิ้ง  คว้าเอามือสองจากญี่ปุ่นนในราคาแถว ๆ  18,000 – 22,000  บาทใส่  ก็ใช้ดี  หรือใจ  กล้ายอมปาไปสัก  30,000  บาทกะไว้ไล่  CIVIC VTEC   หรือ  NISSAN PREMERA  ก็ยกเอาเครื่อง  SR  20  DET  พลัง  205   แรงม้าในแบบหัวฉีด  TURBO  รับรองว่าความเร็ว  200 กม./ ชม.  อยู่แค่เอื้อม  โดยไม่ต้องเกรงว่าจะเอาไม่อยู่เพราะการแก้ไขช่วงล่าง  NV  นั้นง่ายดายมาก  เนื่องจาก  NV   ก็คือ  SENTRA  และ  SENTRA  ก็คือ  PRESEA  แล้ว  PRESEA  ก็ใช้วิทยาการเดียวกันกับ  PREMIRA  ก็เท่ากับว่า  NV  สามารถใช้อะไหล่ร่มของ  PREMIRA  ได้  จึงไม่อยากที่จะหาของเก่ามาโมดิฟายให้  NV  เกาะถนนพอจะซ่าแบบ  SPORT – UP  ได้เต็ม   ๆ

ข้อได้เปรียบของ  NV  PICK -  UP  คือน้ำหหนักรถเบาต่ำกว่า   1,000  กิโลกรัม  รวมทั้งโคลงสร้างแข็งแรงกว่า   เพราะเขาเตรียมมาให้ใช้บรรทุกของได้ถึง  800   กิโลกรัม  การทที่โครงสร้างแบบโมโนคอดนั้น  จะบิดเบี้ยว ในการใช้อย่างรุนแรงน้อยกว่าแบบเก๋ง ทำให้การจับ  NV  นั้นนอกจากราคาถูกและนำไปตกแต่งได้ดีแล้ว  ยังเลือกใช้งานหลายแบบสุดแต่เจ้าของ

รายละเอียดของ  NV  PICK -  UP  เป็นรถขนาดยาว  4  เมตรเศษ  สามารถแก้ไขระยะความยาวด้านท้ายให้สั้นเพื่อความคล่องได้ไม่ยาก  เพราะเป็นรถขับหน้าฐานล้อ  2.4  เมตร  เพียงพอต่อการทรงตัว  และเป็นรถที่แม้ท้องจะสูง  145  มม.  แต่มีสภาพไม่ลอยเพราะเป็นรถไม่มีชัชซี  ล้อทั้ง  4  ทำงานอิสระแบบแมคเฟอร์สันสตรัท โดยด้านหน้ายึดด้วยปีกนกทรง  L -  ARM  ใหห้วงเลี้ยวแคบมาก  ด้านหลังแบบคานแข็งที่ทนทาน  สามารถแก้ไขให้นุ่มหรือแบบ  น้ำหนักมากได้ไม่ยาก  มีข้อเสียคือล้อให้มาขนาดเล็กไปหน่อย  เวลาทิ้งโค้งแรง  ๆ  ท้ายจะลอยไม่เกาะ หากได้หันรถมาใส่ยางขนาด   195/55x15  กับกระทะ  6x15  นิ้ว  สภาพรถจะเกาะกว่านี้โดยไม่มีผลต่อพลัง  100  แรงม้าของ  GA  16  รถยังคงแล่นได้ดีอย่างเกียร์  3  สามารถลากได้ถึง  131  กม/ ชม.  และเกียร์  4  เกิน  150 กม./  ชม.  บางคันยังคุยว่าขับถึง  180 กม./ ชม.  ก็มี โดยมีข้อดีที่เครื่อง  GA  16  นี้เป็นแบบฝา DOHC  ขับด้วยโซ่   รอบจัดถึง  7200  รอบ  หากขับดีลากเกียร์แต่ละจังหวะสัมพันธ์กัน  ประโยชน์จากเฟืองท้ายที่ทดไว้  4.167  นั้น  อำนวยต่อการซิ่งในสภาพรถเปล่านั่ง  2 คนอย่างมาก

แถมในยามนั่ง  2  ต่อ  2  จากกรุงเทพ- พัทยา  เจ้า  NV  ก็เกรงใจกระเป๋าเจ้าของในระดับเซฟน้ำมันระหว่าง  12 – 14  กม./  ลิตร  ขับเกียร์  5  ไม่เกินความเร็วของตำรวจทางหลวงทำได้ถึง  15.5 กม./  ลิตร  เห็นไหมว่า  NV  PICK – UP  นั้นพร้อมสรรพสำหรับคนกระเป๋าเบาแต่เท้าหนักแค่ไหน

16 CommentsChronological   Reverse   Threaded
nobleja wrote on May 27
กำลังดูๆอยู่เลยครับ สนใจรู่นนี้ครับ ข้อมูลช่วยในการตัดสินใจมากเลย ขอบคุณครับ
rathmine wrote on May 29
ราคาหลักหมื่นมีผ่านมาเรื่อยๆครับ รอจังหวะเหมาะๆให้ดี แล้วจะได้รถสมใจครับ
2ffirst wrote on Jul 31
Nv van (คาร์บูฯ) เติมน้ำมันอะไรเป็นมาตรฐานคะ (อยากลองโซฮอล์อ่ะค่ะ)
rathmine wrote on Jul 31
คาร์บูเดิมเครื่อง 1600 ของเอ็นวีใช้ 91 เป็นมาตราฐานนะครับ

แต่สมัยนั้นรถที่ออกจากศูนย์จะแนะนำให้ใช้ 95

ซึ่งไม่เข้าใจเช่นกันว่าทำไมสยามกลการในสมัยนั้นจึงแนะนำอย่างนั้น

นึกถึงสมัยก่อนคนชอบพูดกันว่า

91= เบนซินธรรมดา

95=เบนซินซุปเปอร์

ฟังดูแล้วมันซุปเปอร์ๆ ซึ่งจริงๆแล้วเจตนาของนำมันซุปเปอร์สมัยก่อน

ทำมาใช้นะรถยุโรปคันโตๆ อย่างพวก เบนซ์ w123-w124 ซึ่งวิศวกรเยอรมันแนะนำให้ใช้ออกเทนถึง 97

แต่น้ำมัน 97 ก็ไม่มีขายในเมืองไทย ก็ใช้ 95 กันเรื่อยๆมาจนทุกวันนี้

นอกเรื่องเสียยาว ยืนยันว่า เอ็นวีแวนเติมโซฮอล์ 91 ได้แน่นอนครับ

แต่แนะนำให้ลองฟังเสียว"เขก" ของเครื่องนิดนึง หากมีเสียงเขก แต๊กๆๆๆๆ

ก็ให้เอาเข้าอู่ไปตั้งไฟให้อ่อนลงนิดนึงครับ เพราะว่า 91 จะเผาไหม้ได้เร็วกว่า 95 เลยมีการชิงจังหวะการจุดระเบิดเล็กๆน้อยๆ

เพราะว่าเครื่องคาร์บูจะไม่มี ECU มาคอยปรับองศาการจุดระเบิดอัตโนมัติให้เลยต้องตั้งกันเอาเอง (ไม่ใช่ตั้งไม่ได้เลย)

การดูแลรักษาที่เพิ่มเข้ามาก็คือ หมั่นตรวจสอบ เปลี่ยนท่อยางน้ำมันสองเส้นที่ออก + ไหลกลับ จากถังมาเข้าท่อ

หากจะเริ่มใช้ เปลี่ยนไว้ก่อนเลย ราคาเมตรล่ะ 60 บาท เท่านั้น

สองเส้นๆ ราว 1.5-2.0 เมตร จากนัั้นหมั่นตรวจท่อน้ำมันด้านหน้าที่เข้าออกจากกรองไปปั้ม AC แค่นั้นครับ

หมั่นตรวจบ่อยๆ ส่วนเส้นหลังเปลี่ยนทุกๆปียังคุ้มกว่าค่าน้ำมันครับ

ใครบอกว่าไม่ได้ผมยืนยันว่าใช้ได้ครับ
2ffirst wrote on Jul 31
คุณนพใช้รถอะไรและเติมน้ำมันอะไรคะตอนนี้

ส่วนเรื่อง NV van ของเรา เราเติม 95 (ซุปเปอร์) มาตลอดตามคู่มือ
มีอยู่พักนึงที่เปลี่ยนไปเติม 91 ธรรมดา หวังจะเซฟค่าน้ำมันบาทสองบาทต่อลิตร จากนั้นเครื่องก็เริ่มเสียงครางครืนดังขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ (บางทีอาการนั้นอาจจะเป็นตามอายุการใช้งานของรถพอดีที่เปลี่ยนมาใช้ 91 ธรรมดาก็ไม่รู้ค่ะ) สุดท้ายก็เป็นเสียงคร่อกๆแคร่กๆเกิดขึ้นในเครื่อง เข้าอู่ธรรมดาข้างบ้าน ก็พาลโดนยกเครื่องไปเลยคราวนั้น หมดไป 18,000.- แต่ก็ไม่ได้ไปนั่งเฝ้าว่าช่างทำอะไรกับเครื่องไปบ้าง ได้แต่บอกกับเราว่าเหมือนได้เครื่องใหม่ ให้รันอินสัก 1000 กม. จากนั้นก็เลยกลับมาใช้ 95 ซุปเปอร์ตามเดิม ตอนนี้เครื่องที่ทำมาใหม่นั้นก็เริ่มมีเสียง(อาจจะเป็นเสียงวาล์ว)ดังติ๊กๆๆๆ ช้าเร็วไปตามรอบเครื่อง ไม่ทราบว่าปรับจูนหรือตั้งใหม่ยังไงคะ เอารถไปให้ช่างที่ยกเครื่องนี้ดู ช่างก็บอกว่าเป็นธรรมดาเสียงของรถรุ่นนี้อ่ะค่ะ แนะนำทีนะคะว่าควรทำอย่างไร เพราะเราเชื่อว่าเสียง ติ๊กๆๆๆๆจากวาล์วนั้นมันดังกว่าแต่ก่อนอ่ะค่ะ

สุดท้ายรบกวนอีกคำถามนึงนะคะว่า จะลองเปลี่ยนไปใช้ โซฮอล์ 91 หรือไปติดตั้งใช้แก๊สดี หรือเดิมๆนั่นแร่ะดีอยู่แล้วคะแต่ปรับจูนเครื่องให้เหมาะกับ 91 ธรรมดา ...เฮ้ออออ
หรือเปลี่ยนรถล่ะคะ ...หากเป็นคุณนพ ตอนนี้จะออกป้ายแดงยี่ห้อและรุ่นอะไรดีคะ (ถามมากจิงๆเลย แห่ะๆ) รบกวนนะคะ
rathmine wrote on Aug 1
ขนาดต้องยกเครื่องใหม่เลยหรอครับ ..

ส่วนเสียงเครื่องจะดังอย่างไรก็ตาม มันซ่อมกันได้นะครับ

ช่างเดี๋ยวนี้ยกเครื่องใหม่กันทั้งปี น่าจะเปลี่ยนชื่อจากช่างซ่อมรถ เป็นช่างเปลี่ยนเครื่อง

เวลายกเครื่อง รถขับดีแน่นอน แถมช่างก็อ้วนขึ้น ส่วนเรื่องเสียงดังสำหรับเครื่องยนต์

บางครั้งก็เป็นปกติของการทำงานและอายุการใช้งาน เพราะส่วนประกอบเมื่อใช้ไปย่อมมีการสึกหรอ หลวมบ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่าเสีย

บ่อยครั้งที่เพื่อนสาวของผม เอารถไปที่อู่แล้วพูดง่ายๆว่า "ช่าง..ช่วยดูให้หน่อย เสียงดังอะไรก็ไม่รู้.."

หลังจากนั้นก็มีใบรายการซ่อมไม่ต่ำกว่า สี่พันบาท ทุกครั้งไป

แล้วได้รถมาขับเหมือนเดิม เสียงดังเหมือนเดิม

ทีนี้เรื่องของ 95 ผมว่าเพื่อความสบายใจ ใช้ 95 ไปจะดีกว่าครับ

แฮะๆ เดี๋ยวรถงอแงมา ผมอาจจะเป็นจำเลยได้ อิอิ

ผมเองใช้นิสสันพรีเซีย R10 มิตซูแลนเซอร์ และนิสสันเซ็นทรา

ทั้งสามคันเติมโซฮอล์ 91 ทุกคันครับ

คำแนะนำคือ การติดแก้สต้องถามตัวเองก่อนว่า เราใช้รถวันล่ะกี่กม.

คำนวณหาค่าใช้จ่ายของน้ำมันและแก้สเพื่อหาส่วนต่าง

และคำนวณว่าเราจะคุ้มทุนค่าติดตั้งแก้ส เมื่อเวลาผ่านไปเท่าใด

อันไหนคุ้มกว่าก็เลือกตัวนั้นครับ ส่วนน้ำมันาำหรับสาวๆใช้รถ แนะนำใช้ตามคู่มือรถแหละครับ สบายใจดี

ส่วนเรื่องเปลี่ยนรถป้ายแดง ต้องบอกงบประมาณ ลักษณะการใช้งานของคุณเอง รวมถึงค่านิยมส่วนตัวอีกด้วย

ถึงจะแนะนำได้ครับว่าจะเป็นคันไหน เพราะรถแต่ล่ะคัน ก็แต่ล่ะแนวครับ

อย่างผม.. ชอบมาสด้าสามที่ซู้ดดด
2ffirst wrote on Aug 1, edited on Aug 1
ขอบคุณนะคะสำหรับความคิดเห็นและคำแนะนำ
ต่อจากนี้ เวลารถงอแง เราคงไม่โทษใครหรอกค่ะ กลัวอะไรหรอคะ อิอิ
เรากล้ามาขอคำปรึกษา ก็แสดงว่าเรามั่นใจในความเป็นคุณค่ะ ไม่โทษกันหรอกนะคะ

เรื่องรถใหม่ เราคงอยู่กันคนละฝั่ง แห่ะๆ เราไม่ชอบรถเตี้ยๆซีดานๆหรือสปอร์ตหล่อไม่เสร็จแบบสามหรอกค่ะ ...อุ่ย ขอโทษนะคะ ...แฮ่

เราชอบรถสูงๆอ่ะค่ะ หมายถึงรถอเนกประสงค์อะไรทำนองนั้น ไม่กลัวน้ำท่วมขัง อิอิ
งบประมาณคงต้องผ่อนมั้งคะ สักเดือนละหมื่น ห้าหกปี

แล้วเอ็นวีนี่เราก็ไม่อยากขายไปหรอกค่ะ ว่าอยากจะลองเอามายกสูงสัก สามสี่นิ้ว คงแปลกๆ เอาไว้ไปตลาดซื้อหนมครกซื้อโจ๊กวันฝนตก คุณนพว่าไงคะ
rathmine wrote on Aug 1, edited on Aug 1
เห็นมั้ยล่ะคร้าบ.. ว่าทางใครก็ทางใคร

แนวทางรถนี่แล้วแต่คนชอบจริงๆครับ

ส่วนมาสด้าสามตามที่แซวมา ฮิฮิ ไม่สะเทือนครับ เพราะผมไม่นิยมรถป้ายแดง

แต่ที่ชอบคือระบบโดยรวมของรถที่ให้มาในราคาขนาดนั้น เทียบกับรุ่นอื่นๆใน พ.ศ.นี้

คุณเฟิรสท่าทางแถวบ้านน้ำท่วมบ่อยนะครับ ฮิฮิ

ถ้าชอบรถสูงๆ มองได้กว้างๆ แนวๆเกือบๆจะเป็นรถกระบะ

ตัวเลือก พ.ศ.นี้สำหรับสาวๆ คนไม่พ้น ฟอร์จูนเนอร์ หรือ CRV ตัวขับสอง 2WD

แต่จริงๆแล้วยังมีตัวเลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน X-Tail หรือเซฟวี่แคปติว่า ฯลฯ

ที่สำคัญคือต้องตรวจสอบตัวเราว่าต้องการใช้รถเอสยูวีเพื่อประโยชน์ทางด้านใด

ระยะทางที่ใช้งานในแต่ละวัน สภาพการจารจรที่ต้องผ่าน ค่าใช้จ่ายแต่ล่ะวันสำหรับยานพาหนะ

เพราะว่ารถคันใหญ่ก็จะบริโภคมากขึ้นตามลำดับความกำยำ

ราคาที่เป็นต่อคงเหลือ ฟอร์จูนเนอร์หรือเจ้าวีโก้แปลงกาย และซีอาร์วี ขวัญใจสาวทุบรถ

เพราะดูดีกว่าเพื่อน ราคาแถวๆ ล้านหนึ่งแสนกว่าๆ แถมดูดีมีสกุล

ลองๆ ตามอ่านรีวิวรถป้ายแดงได้ที่ http://thaidriver.com/test.html

ผมเองถนัดรถมือสองที่คนลืมๆ มากกว่า

แนะอีกนิดครับว่า งบประมาณผ่อนเดือนล่ะหมื่น ราวๆห้าหกปี

อาจต้องดาวน์เยอะหน่อยสำหรับรุ่นดังกล่าว

แต่หากจะดาวน์พอเหมาะตามงบที่ว่ามา น่าจะเป็นกระบะสี่ประตูยกสูง

อย่างโตโยต้าพรีรันเนอร์ นิสสันนาวาร่าดับเบิ้ล หรือ ไทรทัน พลัส

พรีรันเนอร์ เหมือนวีโก้ยกสูง ขับสบายใหญ่โต ภายในวีโก้

ติดตรงที่ไม่มีรุ่นเกียร์ออโต้เลย ต้องเกียร์ธรรมดาอย่างเดียว ไม่รู้ว่าสาวๆ จะนิยมหรือไม่

นิสสันนาวาร่าสี่ประตู ราคาอยู่ที่ 75 แพงไปนิดสำหรับรุ่นท็อปเกียร์ออโต้

แต่กลับมารดูที่ไทรทันพลัส รถที่คนลืมๆ (อีกแล้ว) รุ่น สี่ประตูขับสอง 2WD

เครื่อง 2.5DI-D GLX เกียร์ออโต้แท้ๆ ราคาเพียง 657,000 บาท

ภายในยอดเยี่ยม ความปลอดภัยจากการทดสอบได้คะแนนสูงมาก ได้รางวัลมาแล้วทั่วโลก

รูปร่างดูดีกว่ารถกระบะบ้านๆ ข้อดี ข้อเหนือกว่ารุ่นอื่นๆ ยังมีอีกมากมาย

ข้อด้อยคือราคาขายต่อ

แนะนำให้เพื่อนซื้อมาคันนึงแล้ว ตอนนี้บอกว่าคิดไม่ผิดจริงๆที่ซื้อมา

ปัญหาของคนใช้รุ่นนี้คือจะมีเพื่อนชอบถามว่าทำไมไม่ซื้อวีโก้

คราวนี้เจ้าของรถต้องอธิบายจนเหนื่อยทุกที หรือไม่ก็ยิ้มๆ แล้วคิด...ในใจ



2ffirst wrote on Aug 1
ดีเซลหรือเบนซินดีคะ ในระยะห้าหกปีนี้
แคปติวาก็ดูดีนะ แต่จะสำอางค์ไปหน่อยมั้ยคะ
จริงๆก็คิดถึง Vitara V6 2000 cc หากยังมีขายป้ายแดงก็ดีนะ
หวาดๆรถมือสองสามแล้วล่ะค่ะ กลัวจะมาขับไปซ่อมไปเหมือนเจ้าเอ็นวี
rathmine wrote on Aug 2
ถ้าชอบการบำรุงษ์รักษาแบบทนทาน และค่าใช้จ่ายใยการเลี้ยงดูต่ำ

ก็ต้องดีเซลครับ เพราะเครื่องยนต์แพงกว่า และทนทานกว่า

ระยะนี้ และอนาคตถนนทุกสายมุ่งสู่ดีเซลครับ ใช้ดีเซลกันไปค่อนๆโลกแล้ว

แต่บ้านเรายังนิยมเบนซินกันอยู่มาก เพราะความเชื่อใจ

และส่วนหนึ่งมาจากความเข้าใจว่าเอาโจทย์ในเรื่องใช้แก้สเป็นหลัก

เห็นรถกระบะทั้งเก่าใหม่ ตกใจราคาดีเซล ไปถอดเครื่องทิ้ง วางเครื่อง J เบนซินแล้วติดแก้สตามสูตร (ตามกัน)

สงสัยว่า คงไม่ได้คำนวณกันก่อนว่า ต้องใช้เวลาอีกกี่ปี

และกี่แสนกิโลเมตร กว่าจะคืนทุนที่เสียไปกับการดัดแปลงทั้งหมดได้

แถมต้องบวกค่าบำรุงษ์รักษาที่ตามมาอีกบานตะไท

ส่วนที่ว่ากลัวรถมือสองมือสาม แล้วได้มาจะขับไปซ่อมไป

ยินยันอีกครั้งว่ารถนั้นไม่ว่าจะป้ายแดงสดแค่ไหนก็ตาม

ใช้แล้วก็ต้องมีเสีย มีซ่อม มีการบำรุงษ์รักษา

เรื่องของขับไปซ่อมไป ต้องมีแน่นอน ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ทั้งป้ายแดง ป้ายดำ

หากใครบอกว่าไม่ต้องซ่อมถ้าใครออกป้ายแดง

ไม่รู้ว่าเอาปัจจัยอะไรมาคำนวณ อย่าไปเชื่อครับ

รถยนต์เป็นอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่ง ต้องใช้หลักเหตุผลครับ

ป้ายแดงผมให้ความได้เปรียบตรงที่ไม่ผ่านมือใคร และหอมใหม่สด

ส่วนความเสี่ยง ผมว่าพอๆกับรถมือสองด้วยซ้ำไป

ไ่ม่งั้น สาวซีอาร์วี ที่ไปทุบรถป้ายแดงของเธอเอง

คงไม่ไปทุบเล่นๆ เป็นแน่ เพราะรถป้ายแดงเวลาเราไปรับรถยากกว่าดูรถมือสองเีสียอีก
2ffirst wrote on Aug 24
คุณคะ Vitara V6 ปี 97
สภาพดีๆ ตอนนี้ราคาประมาณเท่าไรคะ
ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ยังพอใช้ได้มั้ยคะ
ว่าจะเอาไปยกสูงอีกนิด รถสิบกว่าปีแล้วล่ะค่ะ

เวลาจะซื้อ รบกวนคุณไปดูรถด้วยกัน
คิดค่าใช้จ่ายมั้ยคะ รบกวนถามหน่อยนะคะ แฮ่ๆ

(ขอบคุณนะคะ สำหรับข้อความคิดเห็น ช่วยได้เยอะเลยค่ะ)
2ffirst wrote on Sep 6
เชิญคร้าบ เงียบไปเลยค่ะ
rathmine wrote on Sep 7
อ่อ..ลืมไปเลยครับ ว่ามีคำถามที่นี่อยู่ นึกว่าตอบไปเรียบร้อยแล้ว

เรื่องของวิทารา อันนี้ไม่ทราบเลยครับ ไม่เคยลองไม่เคยใช้เลย ไม่มีประสบการณ์

ลองเข้าไปค้น หรือถามคนเคยใช้ที่

http://www.vitara4x4.com/vitarainfo.html

ส่วนเรื่องการไปดูรถอะไรแนวๆนั้น ส่วนใหญ่ผมจะไปดูให้เพื่อนและคนรู้จัก

เรื่องรับจ้างอะไรแบบนั้นคิดว่าไม่สะดวกครับ
2ffirst wrote on Sep 10
งั้นเรารู้จักและเป็นเพื่อนกันด้วยเลยละกันนะคะ อิอิ

เดี๋ยวลองไปหาข้อมูลตามลิ้งค์ก่อน ขอบคุณนะคะ
rathmine wrote on Sep 14
ยินดีครับ

หาข้อมูลได้อย่างไรมาเล่าให้ฟับ้างนะครับ
montonn9999 wrote today at 1:47 AM
คุณ นพครับขอสอบถามนิดครับ ผมขับ nv van คาร์บู ครับ ตอนนี้มีปัญหามีควันออกมาจากเครื่องครับ สงสัยเครื่องหลวม ช่วยแนะนำหน่อยครับ ระหว่างยกเครื่อง b14 มาใส่ กับฟิตเครื่องใหม่อันไหนดีกว่ากันและราคาต่างกันอย่างไรครับ เอ่ออ ช่วยแนะนำอู่ให้ด้วยได้ไหมครับจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ ลืมไปครับ ผมใช้แก๊สอะครับ รถประมาณ 14 ปีแล้วครับเคยเป็นแท็กซี่ด้วยครับ แล้วตอนนี้เพลาหลวมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help

Modified from Mediterranean by John Whittet.
Originally on the CSS Zen Garden.
Used and Modified with permission from the author.